วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พิษการเมืองดึงทรูขยายขายอินฟราฯ

ม็อบป่วนเมืองส่งผลให้ทรูฯต้องขยายเวลาขายอินฟรา ฟันด์ ถึง19 ธ.ค.นี้แต่เข้าเทรดกำหนดเดิม ด้านผู้บริหารมั่นใจระดมทุนครบ 5.8 หมื่นล้านบาท

นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เปิดเผยว่าการที่สถานการณ์เมืองไม่อยู่ในระดับปกติส่งผลให้มีวันหยุดหลายวันและต้องการให้นักลงทุนมีเวลาในการตัดสินใจเข้าลงทุน บริษัทจึงได้ขอสำนักงานก.ล.ต.เพื่อขยายเวลาในการเสนอขายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท (TRUEGIF) ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนรวมโทรคมนาคมรายแรกของไทยสิ้นสุดในวันที่ 19 ธ.ค.2556 จากเดิมที่เสนอขายระหว่างวันที่ 9-16 ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถระดมทุนได้ครบทั้งจำนวนตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 5.8 หมื่นล้านบาท และสามารถนำเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายในวันที่ 27ธ.ค.นี้

"เท่าที่เปิดเสนอขายมามีผู้ยื่นความจำนงมาแล้ว ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ว่ามีจำนวนแค่ไหน ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างกำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มสัดส่วนการถือกองทุนจาก 18%เป็น 33%ซึ่งเต็มเพดานที่สำนักงานก.ล.ต.กำหนดไว้ทำให้สัดส่วนการจัดสรรในครั้งนี้จะแบ่งเป็นการจัดสรรให้สถาบัน 33%รายย่อย 33%และที่เหลือเป็นส่วนของบริษัททรูฯ และกลุ่มซีพี 33%" นายนพปฎลกล่าว

เขากล่าวว่า บริษัทจะนำเม็ดเงินที่ได้ 1 ใน 3 มาชำระคืนหนี้ที่มีอยู่รวม 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถลดภาระดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 2 พันล้านบาท จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 8 พันล้านบาทต่อปี รวมทั้งคาดว่าหนี้สินต่อกระแสเงินสดก็จะลดลงเหลือประมาณ 3 เท่ากว่า แต่เป้าหมายที่ต้องการคืออยู่ในระดับ 2 เท่า ตามค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และเมื่อบริษัทมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น ก็จะทำให้บริษัทศักยภาพในการเติบโต เพราะโดยปกติรายได้ของธุรกิจมือถือจะเติบโตประมาณ 14-15% ธุรกิจออนไลน์ 10% ขณะที่ธุรกิจทรู วิชั่นรายได้เติบโต 2-3%ต่อปี

ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีหน้าและจะเสนอให้คณะกรรมการบริษัทภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยมีแผนจะจัดสรรหุ้นให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) เพราะต้องการพันธมิตรในการดำเนินธุรกิจ โดยมุ่งเน้นที่นักลงทุนต่างประเทศ เพื่อนำเงินที่ได้จากเสนอขายหุ้นในพันธมิตรต่างประเทศมาใช้ดำเนินธุรกิจในปีหน้า โดยปัจจุบันบริษัทมีการถือครองของต่างชาติเพียง 10% ขณะที่มีเพดานถือครองเต็มที่ถึง 49% รวมทั้งถือเป็นจังหวะที่ดีเพราะหลังจากที่บริษัท เสนอขายกองทุนได้สำเร็จก็ จะส่งผลดีต่อราคาหุ้น นอกจากนี้บริษัทมั่นใจว่าเมื่อลดภาระหนี้สินจำนวนมากได้แล้ว จะทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีขึ้น และวางเป้าหมายว่า ในปีหน้าบริษัทจะเริ่มจ่ายเงินปันผลเพื่อตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

เขากล่าวอีกว่ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานทรู เป็นกองทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนกับผู้ถือหน่วยได้ในระดับ 8.8 %และในอนาคตมีโอกาสที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนในระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะกองทุนมีโอกาสที่จะหารายได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่ได้กรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคม เพราะธุรกิจดังกล่าวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง กองทุนดังกล่าวมีมูลค่าการเสนอขาย 5.8 หมื่นล้านบาท ราคาเสนอขายหน่วยละ 10 บาท ซึ่งจำนวนหน่วยขั้นต่ำของการจองซื้อที่ 5 พันหน่วย เพิ่มเป็นจำนวนทวีคูณของ 1 พันหน่วย