สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ห่วงลงทุน 2 ล้านล้าน-บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน สะดุด เอกชนแบกสต็อกบาน
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่าโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาทชะลอออกไป หรือยกเลิกโครงการลงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง
"ผู้ประกอบการทราบว่าจะมีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ต่อเนื่องไปถึง 7 ปี ได้มีการวางแผนและเร่งผลิตวัสดุก่อสร้างต่างๆ ทั้ง อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก ฯลฯ เพื่อรองรับความต้องการที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต แต่หากโครงการไม่เกิดขึ้น จะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจวัสดุก่อสร้าง อาจจะเผชิญปัญหาการแบกสินค้าคงคลัง (สต๊อก) ไว้เป็นจำนวนมาก"
นายกฤษดากล่าวว่าจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างปีหน้าอ่อนตัวลงอยู่ที่ระดับ 5% แต่ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างในอุตสหากรรมก่อสร้างด้วยว่าเพิ่มขึ้นเพียงใด แต่โดยรวมคาดว่าราคาวัสดุก่อสร้างไม่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นมากนัก
หวังรัฐบาลใหม่เดินหน้าโครงการ
นายกฤษดา ยังเห็นว่า ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ตาม สิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินการ คือการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะการขนส่งระบบราง รถไฟรางคู่ สอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และเอกชนส่วนใหญ่ที่ระบุว่า การที่ประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นเวลานานนับสิบปี เป็นปัจจัยฉุดทำให้ประเทศเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปมาก ดังนั้นโครงการเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายคาดหวังอยากจะให้เกิดขึ้น
"ไม่ว่ารัฐบาลไหนมา เอกชนก็เรียกร้องให้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทุกคนหวังมาก แต่คำถามคือวงเงินที่ใช้จะเป็นเท่าไร จะขนาดการลงทุนลงได้ไหม ความเหมาะสมของโครงการเป็นอย่างไร ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน โปร่งใส โครงการไม่ผูกพันนานเกินกว่าระยะเวลาการบริหารประเทศ"






