ตลาดแกว่งตัวในกรอบแคบตลอดชั่วโมงการซื้อขาย
NIKKEI 15,436.04 -1.1%
ปิดลบวันแรกในรอบ 4 วัน เนื่องจาก
1.เงินเยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้หุ้นส่งออกอย่าง Mazda Motor Corp. ปรับตัวลง เนื่องจากยอดขาย 30% อยู่ในสหรัฐฯ
2.Nippon Paper Industries ปรับตัวลงหลัง SMBC Nikko Securities ปรับลดคำแนะนำ
3.ส่วน Gree Inc. ปรับตัวขึ้น หลัง Goldman Sachs Group มีมุมมองเชิงบวกต่อกิจการจากการปรับลดต้นทุนลงมากกว่าคาด
HANG SENG23,338.24-1.7%
ปิดที่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจาก
1. ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลต่อการชะลอ QE อาจเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งนักลงทุนคาดว่าจีนเตรียมปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจในการประชุมนโยบายเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ โดย ICBC -2.7%, China Construction Bank -2.4%
2.China Coal Energy -3.9% และ China Shenhua Energy -3.9%หลังรัฐบาลมีแผนควบคุมการใช้ถ่านหิน หลังมลพิษในจีนทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
3.China Mobile Ltd. -3.2% หลัง Merrill Lynch คาดว่าอุปสงค์ของ iPhone5 อาจไม่ได้มีปริมาณมาก
4.ส่วน Tencent Holdings +1.8% นำกลุ่มอินเตอร์เน็ตปรับตัวขึ้น หลัง Twitter Inc. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
SHANGHAI 2,204.17 -1.5%
ปรับตัวลงมากสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจาก
1.นำโดยกลุ่มถ่านหิน กอปรกับนักลงทุนต่างคาดว่ารัฐบาลจะปรับลดเป้าหมายเศรษฐกิจในปี 2557 ลงในการประชุมนโยบายเศรษฐกิจในสุดสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ China Shenhua Energy -2.0% และ China Coal Energy -2.5% ปรับตัวลงจากมลภาวะทางอากาศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลมีแผนควบคุมการบริโภคถ่านหิน
2.China Life Insurance -3.9% หลังปรับตัวขึ้น 14% ในเดือนที่ผ่านมาและ Ping An Insurance -3.4% กลุ่มหลักทรัพย์ปรับตัวลงเช่นกัน Citic Securities -3.4%, Haitong Securities -3.8%
SET 1,369.35 +0.1%
ปิดบวกเป็นวันที่ 2 เนื่องจาก
1.ตลาดแกว่งตัวในกรอบแคบตลอดชั่วโมงการซื้อขาย พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เพื่อรอดูปัจจัยทางการเมือง
2.กลุ่มสื่อสารถูกแรงขาย DTAC -2.2%, INTUCH -2.0% รวมไปถึงหุ้นหลักกลุ่มพลังงานอย่าง PTT -1.0%
3.กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเมืองจำกัด นอกจากนั้น ยังได้อานิสงค์เชิงบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท CCET +6.4%, SMT +6.3%, KCE +5.3%, DELTA +2.0%
----------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









