"นิวัฒน์ธำรง"บินร่วมประชุมอาเซียน-ญี่ปุ่น เล็งถก"อาเบะ"ขอแรงหนุนโปรเจคทวาย เร่งตัดสินใจร่วมSPV เผยคณะกรรมการฯทวาย เปิดกว้างนักลงทุนทั่วโลก
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย - เมียนมาร์ (JCC) เพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้เป็นตันแทนเข้าร่วมการประชุมอาเซียน-ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 12-15 ธ.ค.นี้ โดยตนจะใช้โอกาสในการร่วมประชุมครั้งนี้ในการหารือกับนายชินโซ อะเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพื่อขอให้สนับสนุนโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายในพม่า
นอกจากนี้ จะขอให้ญี่ปุ่นเร่งเข้าร่วมการลงทุนในบริษัททวาย เอสอีแซด ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด นิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV) ซึ่งขณะนี้เป็นการถือหุ้นร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลไทย และรัฐบาลพม่าฝ่ายละ 50% (เงินทุนจดทะเบียนเบื้องตัน12ล้านบาท) โดย SPV จะเป็นผู้ประสานงานและที่ปรึกษาหลักหลักของคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย รวมไปถึงการเชิญชวนนักลงทุนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนในโครงการนี้
นายนิวัฒน์ กล่าวว่า การชักชวนประเทศที่ 3 และ 4 เข้ามาร่วมถือหุ้นใน SPV ของโครงการทวายปัจจุบันมีตัวเลือกอยู่ไม่มากเพราะโครงการทวายเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่รองรับอุตสาหกรรมหนักและเทคโนโลยีระดับสูงและมีขนาดใหญ่กว่านิคมอุตสาหกรรมติลาวาที่ญี่ปุ่นเข้าไปลงทุนในพม่าก่อนหน้านี้ถึงกว่า 4 เท่า และทวายมีจุดเด่นที่มีท่าเรือน้ำลึกและนคมอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการส่งออกของพม่าซึ่งต่างจากนิคมอุตสาหกรรมติลาวาที่เน้นการผลิตสินค้าเพื่อป้อนตลาดภายในประเทศพม่ามากกว่า โดยคาดว่าประเทศอื่นๆที่จะเข้ามาร่วมลงทุนใน SPV จะเป็นประเทศที่ต้องการพัฒนาและขยายฐานผลิตอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีศักยภาพทางเศรษฐกิจพอสมควร ได้แก่ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และใต้หวัน
"ญี่ปุ่นเข้ามาสังเกตการณ์ในการประชุมร่วมระหว่างไทยกับพม่าหลายครั้งแล้ว แต่ญี่ปุ่นยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างชัดเจน เนื่องจากต้องการให้หน่วยงานของรัฐบาลศึกษาข้อมูลของโครงการให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งก็เป็นรูปแบบของญี่ปุ่นที่ในขั้นต้นจะดูเหมือนล่าช้า แต่หากรัฐบาลมีความมั่นใจและประกาศสนับสนุนโครงการเอกชนของญี่ปุ่นก็จะมีความมั่นใจการลงทุนในโครงการทวายก็จะเกิดขึ้นได้รวดเร็วมากขึ้น"






