คลังสหรัฐขายหุ้นลอตสุดท้ายในจีเอ็ม ปิดฉากการเข้าอุ้มยักษ์ใหญ่ยานยนต์ช่วงวิกฤติการเงินเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
กระทรวงการคลังสหรัฐขายหุ้นลอตสุดท้ายในบริษัทเจเนอรัลมอเตอร์ส (จีเอ็ม) ถือเป็นการปิดฉากการเข้าช่วยเหลือยักษ์ใหญ่ยานยนต์รายนี้ตั้งแต่ช่วงวิกฤติการเงินเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยกระทรวงการคลังขาดทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์จากการใช้เงินเข้าช่วยเหลือทั้งหมด 49,500 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังกล่าวว่าการเข้าช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน สามารถกอบกู้งานให้คนงานหลายล้านตำแหน่ง รวมถึงเงินบำนาญสำหรับคนงานเกษียนอายุจำนวนมาก จึงนับว่าเป็นการช่วยเหลือที่คุ้มค่า
นายจาคอบ ลิว รัฐมนตรีคลัง กล่าวว่าการเข้าช่วยเหลือเมื่อปี 2551 ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันมากในครั้งนั้น ช่วยสร้างเสถียรภาพแก่อุตสาหกรรมยานยนต์ และทำให้เศรษฐกิจไม่ตกสู่ภาวะตกต่ำครั้งใหญ่ ประธานาธิบดีบารัก โอบามาเข้าใจดีว่าหากไม่ลงมือทำสิ่งใดจะสร้างผลเสียทางเศรษฐกิจมากกว่าและอาจทำให้มีคนตกงานกว่าล้านคน เงินออมของผู้คนหายไปหลายพันล้าน และทำให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจลดลง
ด้านประธานาธิบดีโอบามาแถลงว่าในเวลาไม่ถึง 5 ปี บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ 3 แห่งนั้นแต่ละแห่งก็มีความแข็งแกร่งขึ้นเพียงพอที่จะยืนอยู่บนขาของตัวเอง บริษัทเหล่านี้กลับมาทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี และสร้างงานใหม่จำนวนมากกว่า 372,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการสร้างงานมากที่สุดตั้งแต่ทศวรรษ 90
นอกจากนั้น จีเอ็มยังจ่ายคืนเงินภาษีทุกดอลลาร์ที่รัฐบาลได้นำไปช่วยเหลือ บวกกับเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์จากรัฐบาลชุดก่อน
ทั้งนี้ เมื่อปลายปี 2551 รัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ในสมัยนั้น ได้เริ่มเข้าช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ ท่ามกลางความวิตกว่าหากอุตสาหกรรมยานยนต์ล้มลงจะฉุดเศรษฐกิจสหรัฐให้ตกสู่ภาวะถดถอย โดยรัฐบาลได้เข้าช่วยเหลือจีเอ็ม ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และไครสเลอร์






