"สบอช."เผยยุบสภาฯไม่กระทบโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน แต่ยอมรับอาจล่าช้ากว่ากำหนด 1 เดือน เนื่องจากต้องรอรัฐมนตรีใหม่ลงนามในสัญญา
นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการ สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) กล่าวว่า การประกาศยุบสภาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไม่ส่งผลให้ต้องล้มเลิกโครงการบริหารจัดการน้ำตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศ พ.ศ. 2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท เนื่องจากมีการออกเป็นกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ตามกระบวนการดำเนินการยังดำเนินการต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ตามคำสั่งของศาลปกครอง ซึ่งเหลืออีกเพียงจังหวัดเดียวคือกรุงเทพมหานครเท่านั้น โดยตามแผนกำหนดต้องเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่เห็นว่ายังมีเหตุการณ์ทางการเมืองยังวุ่นวายอยู่จึงขอเลื่อนเวลาออกไปก่อน คาดว่าสัปดาห์หน้าหากเหตุความวุ่นวายทางการเมืองยุติลง จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อทันที หลังจากนั้นจะนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาสรุปเป็นรายงานต่อไป
หลังจากสรุปรายงานรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงนามในสัญญากับบริษัทเอกชนทั้ง 4 แห่งที่ชนะการประกวดราคาใน 9 แผนงาน (โมดูล) ไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเดิมกำหนดไว้ว่าจะลงนามในสัญญากับบริษัทเอกชนได้ในเดือนม.ค.2557แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา คงจะต้องเลื่อนการลงนามในสัญญาออกไปหลังจากเลือกตั้งใหม่ซึ่งคาดว่าคงไม่เกินวันที่ 2 ก.พ. 2557 โดยคาดว่าในเดือนก.พ.2557 จะลงนามในสัญญากับบริษัทเอกชนได้ซึ่งช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ประมาณ 1 เดือน
"ตามมารยาทต้องให้รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้ลงนามในสัญญา เพราะเป็นสัญญาที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาท หัวหน้าส่วนราชการลงนามในสัญญาเองไม่ได้ ซึ่งเดิมผู้ที่จะลงนามในสัญญากับบริษัทเอกชนคือนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้เป็นรัฐบาลรักษาการคงจะไม่ลงนามในสัญญาใดๆที่มีผลแล้ว"






