วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยสอบตก'โปร่งใส'อันดับคอร์รัปชันแย่

อันดับความโปร่งใสไทยสอบตก คะแนนต่ำกว่าครึ่ง อันดับไทยร่วงจาก 88 อยู่ที่ 102 จากทั้งหมด 177 ประเทศป.ป.ช.จี้หน่วยงานรัฐเร่งแก้ภาพลักษณ์

นางจุรี วิจิตรวาทการ เลขาธิการมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand) เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2556 พบว่าไทยได้ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 102 จากการจัดอันดับทั้งหมด 177 ประเทศทั่วโลก เท่ากับ ประเทศเอกวาดอร์ มอลโดวา และปานามา และอยู่อันดับที่ 16 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว ไทยอยู่อันดับที่ 88 จากการจัดอันดับ 176 ประเทศ และได้ 37 คะแนน

สำหรับผลคะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปีนี้ ปรากฏว่า 70% ของจำนวนประเทศที่นำมาจัดอันดับ สอบตกหรือมีคะแนนต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง มีเพียง 54 ประเทศที่สอบผ่าน หรือได้เกิน 50 คะแนน โดยเดนมาร์กและนิวซีแลนด์ครองอันดับหนึ่ง (91 คะแนน จาก 100 คะแนน) รองลงมา ได้แก่ ฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และแคนาดา

ส่วนอันดับสุดท้ายที่ได้คะแนนต่ำที่สุด ได้แก่ อัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ และโซมาเลีย (8 คะแนนจาก 100 คะแนน) และซีเรียซึ่งคะแนนลดลงจากปีที่แล้วอย่างมาก

ส่วนในกลุ่มประเทศอาเซียน มีเพียง 3 ชาติที่ได้คะแนนเกินครึ่ง ได้แก่ สิงคโปร์ (86 คะแนน) บรูไน (60 คะแนน) และมาเลเซีย (50 คะแนน) ขณะที่ประเทศอื่นๆ รวมทั้งไทยยังคงมีคะแนนต่ำกว่าครึ่ง และเป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศลาวและพม่า แม้จะมีคะแนนค่อนข้างต่ำแต่ก็ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ CPI (Corruption Perceptions Index) คือ ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่มีค่าคะแนนตั้งแต่ 0 (คอร์รัปชันมากที่สุด) - 100 (คอร์รัปชันน้อยที่สุด) จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระนานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน โดยในปีนี้ได้จัดอันดับจากประเทศต่างๆ จำนวน 177 ประเทศ โดยจัดอันดับจากผลสำรวจของสำนักโพลล์ต่างๆ 13 แห่ง

นายฟินน์ ไฮน์ริช หัวหน้านักวิจัยขององค์การเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ กล่าวว่าคอร์รัปชันกระทบต่อคนยากจนมากที่สุด และชี้ว่าประเทศที่มีอัตราการคอร์รัปชันสูง จะไม่สามารถขจัดความยากจนของประชากรได้ หากไม่ยอมแก้ปัญหาคอร์รัปชัน

ป.ป.ช.จี้ภาครัฐเร่งกู้ภาพลักษณ์โปร่งใส

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่าค่าคะแนนและลำดับความโปร่งใสที่ตกลงดังกล่าว แสดงถึงภาพลักษณ์การทุจริตคอร์รัปชันของหน่วยงานภาครัฐที่ย่ำแย่มาก จำเป็นต้องเร่งช่วยกันกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ ด้วยการทำงานที่ซื่อสัตย์สุจริต และช่วยกันกำจัดผู้กระทำการทุจริตคอร์รัปชันในทุกองค์กรโดยด่วน

อย่างไรก็ตาม แม้ค่าคะแนนความโปร่งใสของประเทศจะลดลง แต่ยังมีโอกาสในการแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศให้ดีขึ้นได้ เพราะปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ยังมีจิตสำนึกคุณธรรม ไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

โพลล์นิด้าชี้คนไม่ยอมรับคอร์รัปชันเพิ่ม

วานนี้ (3 ธ.ค.) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพลล์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่องพฤติกรรมและปัจจัยการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีข้อสรุปผลการสำรวจว่า ประชาชนที่เคยกระทำพฤติกรรมในลักษณะของการทุจริตคอร์รัปชันมาก่อนนั้น ส่วนใหญ่แสดงเจตนาที่จะไม่กระทำพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ อีก

"ถือเป็นสัญญาณอันดีที่ชี้ให้เห็นว่าประชาชนในสังคมยังมีแนวความคิดยึดมั่นในเรื่องคุณธรรม โดยทั้งนี้ส่วนหนึ่งสืบเนื่องมาจากการทุ่มเทดำเนินงานอย่างน่าชื่นชมของเครือข่ายรณรงค์ป้องกันการทุจริตในภาคส่วนต่างๆ ที่ได้มีส่วนกระตุ้นสำนึกคุณธรรมประชาชนในสังคมไทยส่วนใหญ่ รังเกียจการทุจริตคอร์รัปชัน" นายวิชา กล่าว

ผลสำรวจชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับไม่ได้กับพฤติกรรมการกระทำในลักษณะของการทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ โดยมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดเรียงตามลำดับคือ การใช้อำนาจหน้าที่และตำแหน่งในทางมิชอบ 96.68% การวิ่งเต้นให้ได้ตำแหน่งหรือซื้อตำแหน่ง 94.13% การยอมถูกรีดไถจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ 93.49% การให้ของขวัญหรือติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ 90.21% การรับเงินเพื่อลงคะแนนเสียงให้นักการเมือง 87.05% การนำวัสดุ,อุปกรณ์ที่ทำงานไปใช้ส่วนตัว 85.09% การแซงคิวผู้อื่น 82.21% การให้เงิน/สิ่งของเพื่อฝากบุตรหลานเข้าโรงเรียน 81.85% ระบบอุปถัมภ์/การให้สิทธิพิเศษแก่เครือญาติหรือบุคคลใกล้ชิด 80.68% และการขับรถผิดกฎจราจร 76.01%

เมื่อถามว่าในอนาคตจะทำพฤติกรรมในลักษณะการทุจริตคอร์รัปชันต่อไปอีกหรือไม่ ประชาชนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตอบว่า ไม่ทำ โดยเรียงลำดับจากคะแนนเฉลี่ยมากสุด คือ การใช้อำนาจหน้าที่และตำแหน่งในทางมิชอบ 97.72% การวิ่งเต้นให้ได้ตำแหน่งหรือซื้อตำแหน่ง 95.52% การนำวัสดุ, อุปกรณ์ที่ทำงานไปใช้ส่วนตัว 92.28% การแซงคิวผู้อื่น 90.21% การให้เงิน/สิ่งของเพื่อฝากบุตรหลานเข้าโรงเรียน 89.79%

การให้ของขวัญหรือติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ 89.32% ระบบอุปถัมภ์/การให้สิทธิพิเศษแก่เครือญาติหรือบุคคลใกล้ชิด 84.63% การยอมถูกรีดไถจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ 82.56% การรับเงินเพื่อลงคะแนนเสียงให้นักการเมือง 79.11% และการขับรถผิดกฎจราจร 73.91%

นายวิชา กล่าวอีกว่า ในรายงานผลการสำรวจยังชี้อีกว่า ปัจจัยที่ทำให้การทุจริตคอร์รัปชัน ในความคิดเห็นของประชาชนเรียงตามลำดับความสำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมายไม่จริงจังไม่เด็ดขาด กฎหมายมีช่องโหว่ สังคมวัฒนธรรมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ ระบบเครือญาติ ระบบพรรคพวกเอื้อต่อการทุจริต การได้รับผลประโยชน์มีความคุ้มค่ามากกว่าบทลงโทษทางกฎหมาย ปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง รายได้น้อย การได้รับผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย จึงไม่มีการแจ้งความผิด และประชาชนเบื่อหน่ายเพิกเฉยต่อการต่อต้านการทุจริต