วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.มั่นใจรับมือทุนไหลออกได้

“ธปท.” มั่นใจคุมทุนไหลออกอยู่ ลั่นมีเครื่องมือพอ เงินสำรองฯ แกร่ง ย้ำอัตราแลกเปลี่ยนไม่ใช่ปัจจัยหลักที่นำมาพิจารณาเรื่องดอกเบี้ย

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.25% เพราะเห็นว่าความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมีมากขึ้น จึงตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนปรนเพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่มีเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องเงินทุนที่อาจไหลออกนั้น เชื่อว่า ธปท. มีเครื่องมือเพียงพอรับมือได้ โดยเฉพาะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง

สำหรับการตัดสินใจว่าจะปรับลดหรือไม่ลดดอกเบี้ยนั้น กนง.จะดูความเสี่ยง 3 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านเสถียรภาพราคา และ ด้านเสถียรภาพการเงิน ส่วนเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยน เป็นประเด็นที่ กนง. คำนึงถึงเช่นกัน แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก

การที่ กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลงในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า การดำเนินนโยบายการเงินคงจะเป็นลักษณะที่ผ่อนปรนอีกระยะ จนกว่าจะมีสัญญาณที่ชัดเจนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งการลงทุน การบริโภค ตลอดจนความเชื่อมั่น และการส่งออก

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการ ฝ่ายสำนักเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเดือนต.ค.2556 ยังคงทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนที่ทรงตัวและการส่งออกสินค้ายังไม่ดีนัก ส่วนการท่องเที่ยวชะลอลงจากผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมายด้านการท่องเที่ยวของจีน

สำหรับเดือนต.ค.นั้น ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลอีกครั้ง 376 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลจากดุลการค้าเกินดุล 337 ล้านดอลลาร์ จากการนำเข้าที่ต่ำกว่าการส่งออก ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเกินดุล 39 ล้านดอลลาร์ ตามรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี ประกอบกับการส่งกลับกำไรและเงินปันผลของภาคธุรกิจลดลงเมื่อเทียบกับช่องก่อนหน้า

ส่วนสินเชื่อเดือนต.ค.ขยายตัว 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งโต 11.2% สาเหตุหลักมาจากการสินเชื่อธุรกิจโตลดลงเหลือ 7.7% ส่วนสินเชื่อครัวเรือนเติบโตชะลอตัวที่ 12.8%

ด้านธนาคารกสิกรไทยได้ปรับลดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลง 0.25% เป็น 6.75% และดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มโออาร์ ลง 0.10% เป็น 7.38% ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ลดลง 0.12% เป็น 0.63% และลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำลง 0.05%-0.20% มีผลวันที่ 2 ธ.ค.เป็นต้นไป

ขณะที่ธนาคารกรุงเทพได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มแอลอาร์ 0.125% เป็น 6.875% และดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มอาร์อาร์ 0.25% เป็น 7.750% ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากลด 0.125-0.250% มีผลวันที่ 2 ธ.ค.เช่นกัน

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า การชุมนุมทางการเมืองอย่างสงบเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามระบบประชาธิปไตย แต่การเข้าไปยึดสถานที่ราชการ เริ่มเป็นเรื่องที่เกินเลย ถึงแม้ยังไม่ส่งผลระยะสั้น ให้การทำงานของหน่วยงานราชการสะดุด แต่ประสิทธิภาพการทำงานย่อมได้รับผลกระทบด้วย และในระยะปานกลางและก็จะได้รับผลกระทบโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และอาจทำให้ถูกปรับลดเครดิตประเทศได้

ปกติไตรมาสที่ 4 ถือว่าเป็นไตรมาสที่สำคัญมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเป็นไตรมาสแรกที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณของปี 2557 อีกทั้งเป็นช่วงไฮซีซันการท่องเที่ยว แต่การที่ต่างประเทศออกมาเตือนนักท่องเที่ยวห้ามเข้ามาไทย ก็จะส่งผลกระทบได้ จีดีพีปีนี้ก็มีโอกาสโตต่ำกว่า 3 %

ส่วนกรณี กนง.ตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยลง อย่างน้อยมาช้าก็ดีกว่าไม่มา แม้จะทำให้เงินไหลออกบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย ส่วนค่าเงินที่อ่อนค่าลงนั้น มองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมจะช่วยภาคการส่งออกให้ดีขึ้น