วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมก่อสร้างแนะรัฐปรับราคากลาง

สมาคมก่อสร้างฯแนะภาครัฐปรับราคากลาง-ค่าเคให้สะท้อนต้นทุนและภาวะตลาดในปัจจุบัน หลังค่าแรง 300 บาท ดันต้นทุนพุ่ง 40-50%

นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมป์ เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากการปรับเพิ่มค่าแรง 300 บาท ยอมรับว่าเป็นการช่วยเหลือเฉพาะผู้ประกอบการก่อสร้างเท่านั้น และการพิจารณาไม่ลงโทษผู้ทิ้งงาน กรณีหน่วยงานบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างระหว่างวันที่ 1 ม.ค.2556 - 22 เม.ย.2556 ไม่ถือว่าเป็นผู้ทิ้งงาน เพราะผู้รับเหมาได้รับกระทบจากปรับเพิ่มค่าแรง สำหรับผู้ถูกปรับก่อนวันที่ 1 ม.ค.2556 ยังต้องรับผิดชอบค่าปรับเหมือนเดิม

"ยอมรับว่าแม้มติคณะรัฐมนตรีจะช่วยเหลือผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่ยังมีผู้รับเหมาก่อสร้างบางส่วนได้รับความเดือดร้อน ไม่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือ จึงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการฮั้วประมูล การใช้ค่าปรับรายงานเป็นแบบอัตราตายตัวร้อยละ 0.01 ของราคาพัสดุ และการขอประกันผลงานเมื่อก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 6 เดือน โดยไม่ต้องใช้หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร"

ส่วนการกำหนดราคาคากลางจะต้องปรับให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน เพราะหากไม่ปรับราคากลาง จะหาผู้เข้าประกวดราคาได้ยาก เพราะที่ผ่านมามีโครงการจำนวนมากเปิดประมูลแต่ไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล ส่งผลให้โครงการก่อสร้างเกิดความล่าช้า เนื่องจากมูลค่าโครงการปรับเพิ่มขึ้นเพียง 3% แต่การปรับค่าแรงส่งผลให้ต้นทุนปรับสูงขึ้น 40-50% จึงต้องพิจารณาราคากลางให้สะท้อนต้นทุนและภาวะตลาด

นอกจากนี้ สมาคมฯยังเสนอให้ภาครัฐแก้ไขสูตรคำนวณ ค่า K ซึ่งเป็นต้นทุนแปรผัน โดยต้องการให้แก้ไขสูตรดัชนีต้นทุนวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ เพราะยังไม่สะท้อนต้นทุนแท้จริง เนื่องจากราคาวัสดุได้ปรับขึ้นแล้ว แต่พอนำมาคำนวณในสูตร แต่ไม่ได้ทำให้ค่า K ปรับสูงขึ้น รวมถึงการเสนอให้ยกเลิกระบบประมูล อี-อ็อกชั่น โดยเปลี่ยนมาเป็นระบบประมูลแบบ E-bidding แทน เพราะเป็นระบบประมูลที่กำหนดราคากลางไว้ในราคาเดียวชัดเจน โดยผ่านการศึกษาตามต้นทุนอย่างเหมาะสม ขณะที่ระบบ อี-อ็อกชั่น เป็นระบบส่งเสริมให้เอกชนแข่งกันลดราคากลาง แต่พอแข่งกันลดราคาจนถึงจุดที่ต่ำเกินไปแล้วอาจกระทบต่อคุณภาพโครงการลงทุน และต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนตั้งสภาก่อสร้าง รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) เพื่อช่วยกำกับดูแลภาคเอกชนด้วยกัน

ส่วนการชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณโดยการปิดล้อมส่วนราชการ โดยเฉพาะกรมบัญชีกลาง ยอมรับว่าอาจทำให้มีปัญหาการติดต่อกับส่วนราชการของภาคเอกชนผู้รับเหมาก่อสร้าง จึงต้องดูว่าเหตุการณ์ทางการเมืองจะยืดเยื้อเพียงใด โดยเฉพาะการรอลุ้นร่าง พ.ร.บ.ลงทุน 2 ล้านล้านบาท อาจทำให้ภาคก่อสร้างที่เคยขยายตัว 10% ในปี 2555 มูลค่าประมาณ 9 แสนล้านบาท ลดเหลือ 5% ในปีนี้ และหากเอกชนก่อสร้างรายใดติดปัญหาการติดต่อส่วนราชการในช่วงปิดสถานที่ราชการให้เร่งใช้สิทธิ์การสงวนสิทธิ์จากปัญหาดังกล่าว