โกลเบล็ก โฮลดิ้ง มองกรอบราคาทองคำที่ 1,208-1,277 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 18,400-19,440 บาท/บาททองคำ เฟดจ่อลดคิวอี ไม่กี่เดือนข้างหน้า
นายทรงวุฒิ อภิรักษ์ขิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ แนะนำกรอบการลงทุนราคาทองคำในสัปดาห์นี้ (25 - 29 พ.ย.) ว่า โกลเบล็ก ให้กรอบราคาทองคำที่ 1,208-1,277 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 18,400-19,440 บาท/บาททองคำ (อ้างอิงค่าเงินบาทที่ 31.86 บาท/$) โดยมองว่า แม้ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นในระยะสั้น แต่หากยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้จะยังมีแรงขายจากสถาบันการเงินเป็นปัจจัยกดดันต่อราคา
โดยจะเห็นได้จากราคาทองคำโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 46.04 ดอลลาร์หรือคิดเป็น 3.57% ปิดที่ระดับ 1,289.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยมีจุดต่ำสุดที่ 1,236.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีจุดสูงสุดที่ 1,289.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์โดยราคาทองคำปรับตัวลงตลอดสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากธนาคารกลางสเปน
ทั้งนี้ ธนาคารกลางสเปน ได้เปิดเผยว่า อัตราหนี้เสียในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 12.7% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนสิงหาคมที่ 12.1% และเมื่อเทียบกับตัวเลขในเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ 10.7% เนื่องจากผู้กู้ยืมไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ในขณะที่เศรษฐกิจสเปนยังมีอัตราการว่างงานอยู่ถึง 26%
นอกจากนี้ รายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 29-30 ตุลาคม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดจำนวนมากพิจารณาว่าเฟดอาจจะเริ่มลดขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำเริ่มสร้างฐานได้ เนื่องจาก นายเบน เบอร์นันกี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวกับนักเศรษฐศาสตร์ในวอชิงตันว่า อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะยังคงอยู่ที่ระดับต่ำต่อไปเป็นเวลานาน หลังจากเฟดยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE
คณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 14 ต่อ 8 เสียง รับรองนางเจเน็ต เยลเลน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ต่อจากนายเบน เบอร์นันกี้ ซึ่งเธอได้สนับสนุนต่อการใช้มาตรการ QE
ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวในข้างต้น ทางโกลเบล็ก จึงแนะนำให้ทยอยขายออกที่แนวต้าน $1,255-1,277/Oz หรือ 19,110-19,440 บาท/บาททองคำ และมีจุดซื้อกลับทำกำไรที่แนวรับ $1,208-1,230/Oz หรือ 18,400-18,730 บาท/บาททองคำ
นอกจากนี้ ทางโกลเบล็ก ยังแนะนำนักลงทุนจับตาแนวโน้มทิศทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ อาทิ ยอดทำสัญญาขายบ้านสหรัฐฯ ,ยอดอนุญาตสร้างบ้านสหรัฐฯ ,ยอดสร้างบ้านสหรัฐฯ ,ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหรัฐฯ ,ประมาณการณ์ผลผลิตมวลรวมอังกฤษ , ยอดผู้ขอรับสวัสดิการสหรัฐฯ ,ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานสหรัฐฯ ,สหรัฐฯหยุดเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า และอัตราว่างงานยูโรโซน









