วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

EGCO - ซื้อ

การต่อสัญญาโรงไฟฟ้าระยองเป็น Upside ที่ต้องติดตาม

- ยังต้องติดตามการเจรจาต่อสัญญาโรงไฟฟ้าระยอง
EGCO ยังมีเรื่องที่น่าติดตามในเรื่องการต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ของโรงไฟฟ้าระยองซึ่งเรายังไม่รวมอยู่ในประมาณการแต่มองเป็นปัจจัยบวกเพราะมีความเป็นไปได้สูงที่ EGCO จะได้ต่อสัญญาเนื่องจากโรงไฟฟ้าระยองมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคพร้อมสำหรับการขยายกำลังการผลิตและตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เราคาดว่าการเจรจาน่าจะได้ข้อสรุปภายใน 6 เดือนข้างหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับเดิมจะหมดลงในปี 2557 เราประเมินว่าการต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของระยองจะสร้างมูลค่าเพิ่มอีกราว 8 – 11 บาท (สมมติฐานขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ 900 เมกะวัตต์ และอัตราผลตอบแทน 12% - 15%)

- ธุรกิจไฟฟ้ากำลังเข้าสู่ Low Season
เราคาดว่ากำไรใน 4Q56 จะมีแนวโน้มอ่อนตัวเพราะเข้าสู่ช่วง Low Season ซึ่งจะเป็นปกติ โดยเฉพาะผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีรายได้หลักมาจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ซึ่งปกติการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจะครบชั่วโมงตามสัญญาขายไฟในช่วงปลาย 3Q ถึงต้น 4Q ทำให้ในช่วง 2 – 3 เดือนสุดท้ายของทุกๆปีจะไม่มีการผลิตไฟฟ้า ประกอบกับโรงไฟฟ้า IPP ส่วนมากจะทำการซ่อมบำรุงเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตไฟฟ้าในปีต่อไป ทำให้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ไว้ที่ 6.8 พันล้านบาท

- กำไรยังเติบโตจากกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเฉลี่ย 7% ต่อปี
EGCO วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 41% ภายในปี 2562 ทั้งจากโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโดยโครงการสำคัญได้แก่ (1) โรงไฟฟ้าถ่านหิน โครงการเคซอน ส่วนต่อขยายอีก 500 เมกะวัตต์ ซึ่ง EGCO ได้ลงทุนในธุรกิจเหมืองถ่านหินเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตดังกล่าว (2) โรงไฟฟ้าขนอม ขนาด 930 เมกะวัตต์ ซึ่งได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ EGAT ไปเมื่อเดือน ก.ค. 56 คาดเริ่มผลิตกลางปี 2559 และ (3) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ โครงการไซยบุรี (XPCL) EGCO ถือหุ้น 12.5% การก่อสร้างคืบหน้า 14% (สิ้น 3Q56) คาดจะเริ่มผลิตไฟฟ้าปลายปี 2562 ซึ่งจะทำให้ EGCO มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในปี 2562 อยู่ที่ 6,361 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 7%