วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ภัยแล้ง-น้ำท่วม'กดดันจีดีพีเกษตรโตต่ำ

สศก.ชี้แนวโน้มจีดีพี "ภาคเกษตร" ปี"56 ขยายตัว 0.5-1.5 % สาขาพืชขยายตัวมากสุด 3 % ปศุสัตว์ 2.2% ภาคประมงรับพิษอีเอ็มเอส"หดตัว"

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในภาพรวมปี 2556 ขยายตัว 0.5-1.5% จากปี 2555 แต่ปรับตัวลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้เดิมเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.5 - 2.5% เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นยาวนาน ทำให้ผลผลิตพืชสำคัญหลายชนิดได้รับความเสียหาย เช่น ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาน้ำท่วมในบางพื้นที่ของประเทศในช่วงปลายปี 2556 ส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรบางส่วนได้รับความเสียหายด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าพืชหลายชนิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น ข้าวนาปี ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย ทุเรียน และมังคุด ขณะที่ผลผลิตปศุสัตว์มีทิศทางเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาระบบการผลิตที่ได้มาตรฐานและการขยายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับสาขาประมงยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาการระบาดของโรคอีเอ็มเอส ในกุ้งทะเลเพาะเลี้ยง ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไม่สามารถปรับตัวได้ทันภายในปี 2556 ซึ่งกรมประมงร่วมกับภาคเอกชนได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อยับยั้งความเสียหายจากโรคระบาดดังกล่าว คาดว่าการผลิตกุ้งจะเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงปี 2557

สาขาพืชขยายตัว 2-3%

เมื่อจำแนกแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในภาพรวมปี 2556 พบว่า สาขาพืช ขยายตัว 2-3% เนื่องจากผลผลิตพืชที่สำคัญหลายชนิดมีทิศทางเพิ่มขึ้น เช่น ข้าวนาปี ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ต่าง ๆ แม้ว่าพื้นที่ทางการเกษตรบางส่วนจะประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม รวมถึงมีการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืช แต่ภาพรวมสาขาพืชยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง

ส่วนสถานการณ์ด้านราคาพืชหลายชนิด ได้แก่ ข้าวนาปีหอมมะลิ มันสำปะหลัง สับปะรด รวมทั้งผลไม้ เช่น ลำไย ทุเรียน และเงาะ มีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะความต้องการจากตลาดในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ด้านการส่งออก คาดว่าพืชและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าการส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าวรวม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน น้ำตาลและผลิตภัณฑ์ ผลไม้และผลิตภัณฑ์ เป็นไปตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่มูลค่าการส่งออกมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์จะเพิ่มขึ้น เพราะยังมีความต้องการในประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่

สาขาปศุสัตว์ คาดขยายตัว 1.2 - 2.2% เนื่องจากการพัฒนาฟาร์มปศุสัตว์ให้เป็นระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน การเฝ้าระวังโรคระบาด และการขยายการเลี้ยง รองรับความต้องการบริโภคในและต่างประเทศ ทำให้ปริมาณการผลิตสินค้าปศุสัตว์ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ขณะที่การส่งออกขยายตัวได้เล็กน้อย โดยการส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป หรืออียู มีทิศทางลดลง แต่การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ทั้งเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ เนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ ไปตลาดอาเซียนและตะวันออกกลางขยายตัวได้จากความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้าของไทย

อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าระวังภาวะโรคระบาดและภัยธรรมชาติ ที่อาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตปศุสัตว์ในช่วงปลายปี รวมถึงการควบคุมระดับผลผลิตที่ออกสู่ตลาดไม่ให้เกิดภาวะสินค้าล้นตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา โดยราคาปศุสัตว์ในปี 2556 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และค่าแรงงาน

สาขาประมงหดตัว

สาขาประมง คาดว่าจะหดตัวลงจากปี 2555 อยู่ในช่วง (-7.1) - (- 6.1)% เป็นผลมาจากปัญหาโรคตายด่วน หรือ โรคอีเอ็มเอส ในกุ้งทะเลเพาะเลี้ยง สำหรับผลผลิตจากการทำประมงทะเลมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ในส่วนของผลผลิตประมงน้ำจืดในปี 2556 คาดมีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อย สำหรับราคาสินค้าประมงที่เกษตรกรขายได้ คาดอยู่ในเกณฑ์ดี หากสามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศที่มีอย่างต่อเนื่อง

สาขาบริการทางการเกษตร คาดขยายตัว 0.8 - 1.8% เพราะมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชที่สำคัญ เช่น ข้าว อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง ประกอบกับการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร รวมทั้งค่าจ้างแรงงานภาคเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรหันมาใช้บริการทางการเกษตร เช่น รถแทรกเตอร์ รถเกี่ยวนวดข้าว และรถตัดอ้อย ทดแทนแรงงานคนเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี รวมทั้งปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายปี ทำให้การบริการทางการเกษตรเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

สาขาป่าไม้ คาดขยายตัว 1-2% จากปี 2555 เพราะการผลิตสาขาป่าไม้ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมาขยายตัวได้ต่อเนื่อง และโดยปกติไตรมาส 4 ของปี การผลิตและการส่งออกผลิตภัณฑ์สาขาป่าไม้จะขยายตัวได้ดีกว่าทุกไตรมาส