ความไม่แน่นอนทางการเมืองเพิ่มขึ้น ยังปิดเหนือ 1,430 จุด ไม่ได้ ดีดขึ้นขาย ถือเงินสด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ตราบใดก็ตามที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับมาปิดเหนือ 1,430 จุดได้ มีโอกาสพักตัวลงในระยะสั้นๆอีกครั้ง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ขัดรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 ซึ่งแม้ว่าจะไม่เป็นเหตุให้ 6 พรรคร่วมรัฐบาลถูกยุบพรรค แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ 312 ส.ส. และ ส.ว. จะถูกยื่นถอดถอน ทำให้แรงกดดันต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้น จากความยุ่งยากในการบริหารบ้านเมือง และกิจกรรมในสภาฯ เราประเมินว่าจะส่งผลให้นายกรัฐมนตรีอาจต้องตัดสินใจทางการเมืองภายในสิ้นปี 2556 โดยที่ให้น้ำหนักไปที่การยุบสภามากกว่าลาออก เนื่องจากเป็นทางเลือกที่พรรครัฐบาลมีความเสี่ยงน้อยที่สุด
- จากสถิติตั้งแต่ปี 2531 การยุบสภาเป็นเพียงปัจจัยทางการเมืองเดียวที่ส่งผลให้โดยเฉลี่ยแล้ว SET ปรับตัวลง หลังเหตุการณ์ (1 เดือน -4.8% และ 3 เดือน -2.7%) ดังนั้นในช่วงที่เหลือของ พ.ย.2556 ตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับมาปิดเหนือ 1,430 จุดได้ มีโอกาสถอยตัวลงไปในกรอบ 1,380-1,350 จุด ก่อนที่จะกลับมาปรับตัวขึ้นจริงจังอีกครั้งหลังมีความชัดเจนประเด็นเพดานหนี้ และงบประมาณสหรัฐจากคณะกรรมาธิการร่วมฯวันที่ 13 ธ.ค.2556 ตามแนวต้าน 1,445 และ 1,465 จุดใน ธ.ค.2556 โดยมีปัจจัยหนุนจาก Seasonality ที่พบว่า SET ใน ธ.ค. จะปรับตัวขึ้นทุกปียกเว้นในปี 2549 โดยเฉลี่ย 3.5% และในช่วงปี 2551-2555 พบว่าเดือน ธ.ค. เป็นเดือนเดียวที่โดยเฉลี่ยทั้งกองทุนในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิเหมือนกันเฉลี่ย 6.8 และ 9.2 พันล้านบาทตามลำดับ
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณี SET ยังปิดเหนือ 1,430 จุดไม่ได้ เน้น “ดีดขึ้นขาย” หรือ “ถือเงินสด 100%” ต่อไป เพื่อไปรอซื้อเล่น Rebound ในกรอบ 1,380-1,350 จุดอีกครั้ง ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ยังแนะนำ “คงสัดส่วนการถือหุ้น” ที่ 75% ลุ้นการดีดกลับ ธ.ค.2556 โดยเน้นหุ้น Top Picks ในไตรมาสที่ 1 ของเรา ได้แก่ HEMRAJ, RML, AI, CKP, GLOBAL, VGI, SAMART และ KCE







