ยังมี Upside Gain แม้ปรับมูลค่าเหมาะสมลงสะท้อนความเสี่ยงทีวีทีวีดิจิทัล
-ธุรกิจสื่อทีวีดาวเทียม วิทยุผลักดันกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง
ผู้บริหาร RS เปิดเผยว่ารายได้ค่าโฆษณาสื่อทีวีดาวเทียมและสื่อวิทยุใน 4Q56 ยังคงแข็งแกร่งเนื่องจากปรับใช้กลยุทธ์ทางด้านราคาที่มีความยืดหยุ่นและมีความได้เปรียบจากความแข็งแรงของคอนเทนต์ นอกจากนี้ยังมีการรับรู้รายได้งานจัดกิจกรรมที่เลื่อนมาจาก 3Q56 จำนวนมาก ทำให้เราคาดว่ากำไร 4Q56 จะยังทรงตัวสูงใกล้เคียงกับ 3Q56 ที่มีกำไร 124 ล้านบาท เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 เพิ่มขึ้นจากเดิม 18% เป็น 427 ล้านบาท เติบโต 52% YoY และคาดว่า RS จะจ่ายเงินปันผลในงวด 2H56 ในอัตราหุ้นละ 18 สตางค์ต่อหุ้น
- ปี 2557 จะถูกกดดันจากต้นทุนใหม่การลงทุนทีวีดิจิทัล
เราเริ่มรวมการลงทุนทีวีดิจิทัลเข้าในประมาณการปี 2557 โดยคาดว่าการลงทุนทีวีดิจิทัลจะทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากปกติ 85 ล้านบาท (ค่าตัดจำหน่ายเงินประมูลและค่าโครงข่าย) ในขณะที่ต้นทุนส่วนอื่นไม่เพิ่มขึ้นจากปกติเพราะเป็นการนำช่องทีวีดาวเทียมเดิม (ช่อง 8) ไปออกอากาศ และคาดว่าบริษัทจะมีผลขาดทุนขั้นต้นจากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลลาลีกาจำนวน 49 ล้านบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าบริษัทจะมีกำไรจากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกราว 100 ล้านบาท เข้ามาบรรเทาต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นทำให้คาดว่าจะมีกำไรลดลงเพียงราว 14% YoY มาอยู่ที่ 368 ล้านบาท ถือว่าไม่สูงหากเทียบกับผู้ประกอบการที่ต้องลงทุนคอนเทนต์ใหม่
- ปรับลดมูลค่าเหมาะสมลงสะท้อนความเสี่ยงและโอกาสจากทีวีดิจิทัล
เราปรับลดมูลค่าเหมาะสมหุ้น RS ลงมาอยู่ที่ 10.40 บาท (จากเดิม 12.50 บาท) เพื่อสะท้อนความเสี่ยงและโอกาสจากการลงทุนทีวีดิจิทัลมากขึ้น โดยการเปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าเหมาะสมจากเดิมใช้วิธี P/E Multiple มาเป็นวิธี Discounted Cash Flow (WACC 11.7% และ Terminal Growth Rate 10%) ซึ่งคิดเทียบเท่า P/E ปี 2557 ที่ 29 เท่า นอกจากนี้ เรายังลองประเมินมูลค่าเหมาะสมภายใต้กรอบ P/E ย้อนหลังของกลุ่ม MEDIA ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ 20 – 30 เท่า จะได้มูลค่าเหมาะสมปี 2557 อยู่ที่ 7.20 บาท และ 10.80 บาท ตามลำดับ









