วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอเซียพลัสชูหุ้นปันผลน่าลงทุนปี57

บล.เอเซีย พลัส มองปี"57 หุ้นปันผลน่าลงทุน นอกเหนือจากกองทุนรวมกับตราสารหนี้ เหตุตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มไม่หวือหวา ส่วนต่างราคาหุ้นไม่ดึงดูดใจ

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ ASP กล่าวว่า ความน่าสนใจในการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปีหน้าจะไปอยู่ที่หุ้นปันผล กองทุนรวม และตราสารหนี้ เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นไทยในปีหน้าจะไม่ค่อยหวือหวานัก ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้น (CAPITAL GAIN) เริ่มมีไม่มาก มูลค่าการซื้อขายน่าจะลดลงกว่าปีนี้ที่เฉลี่ยอยู่ราว 4 หมื่นล้านบาทต่อวัน

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีหน้าเชื่อว่าจะเติบโตไม่เกิน 4% โดยการเติบโตจะมาจากการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภค ส่วนการลงทุนภาครัฐยังไม่เห็นความชัดเจนมากนัก สำหรับการเติบโตของกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในปี 2557 น่าจะอยู่ที่ 12% ซึ่งมุมมองการเติบโตที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ส่วนค่าพี/อีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 15 เท่า ทำให้หุ้นไทยไม่ถูกอีกต่อไป

"หลังจากผลประกอบการงวด 9 เดือนประกาศออกมา ฝ่ายวิจัยบริษัทก็มีการปรับลดประมาณการในหลายบริษัทเหมือนกัน ส่วนปีหน้ามองการเติบโตของกำไรต่อหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่ 12% แต่ถ้าเทียบกับค่าพี/อี ที่ 15 เท่า หุ้นไทยก็ไม่ถูกแล้ว แต่ก็มีหุ้นที่ยังสามารถลงทุนได้ อาทิ กลุ่มพลังงาน ที่ค่าพี/อีอยู่ที่ประมาณ 8 เท่า"

เขากล่าวว่า ช่วงนี้บริษัทเริ่มหันไปเน้นให้บริการด้านบริหารสินทรัพย์ (ASSET MANAGEMENT) เพื่อชดเชยรายได้ค่านายหน้าค้าหลักทรัพย์ เพราะเชื่อว่าแนวโน้มรายได้จากค่านายหน้าค้าหลักทรัพย์จะปรับลดลงต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศจะให้ผลตอบแทนดี โดยเฉพาะในยุโรปที่อัพไซด์ยังสูง ในตลาดหุ้นสหรัฐก็มีหุ้นถูกน่าลงทุน รวมทั้งในญี่ปุ่น และจีน

นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นธุรกิจบริการด้านวาณิชธนกิจมากขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันบริษัทเหลืองานด้านวาณิชธนกิจอีก 20 บริษัท อาทิ งานที่ปรึกษาทางการเงินในนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 9บริษัท ซึ่งจะเข้าซื้อขายในปี 2557 ทั้งหมด ปัจจุบันยื่นไฟลิ่งก.ล.ต.ไปแล้ว 3 บริษัท ส่วนที่เหลือยื่นไฟลิ่งตามจังหวะที่เหมาะสม นอกจากนี้มีการเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป (PO) 1 ราย และที่ปรึกษาอีก 10 ราย

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้มาจากค่านายหน้า 60% การลงทุน 20% การบริหารสินทรัพย์ลูกค้า 12% และส่วนที่เหลือเป็นวาณิชธนกิจ (IB) และอื่นๆ แต่ในระยะยาวจะลดสัดส่วนรายได้ค่านายหน้าลงเหลือ 50% และเพิ่มการลงทุนเป็น 25% การบริหารสินทรัพย์ลูกค้าเป็น 20% และอื่นๆ เพื่อสร้างสมดุลให้กับรายได้มากขึ้น

เขากล่าวเพิ่มอีกว่า ปี 2556 บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมีกำไรแล้ว 925 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปี 2555 ทั้งปีที่มีกำไรกว่า 600 ล้านบาท แม้ว่าไตรมาส 4/2556 คาดว่าธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์จะไม่คึกคักเหมือนช่วงต้นปี แต่ผลตอบแทนการลงทุนในต่างประเทศน่าจะดีขึ้น เพราะหุ้นต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนในช่วงเวลาถูกจังหวะการพลิกฟื้นจากจุดต่ำสุด