วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นิคมฯรับการเมืองกดดันระยะสั้น

ดับบลิวเอชเอ หวังกำไรปีหน้าเติบโต 5 เท่าตัว จ่อขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่มอีก 2 แสนตารางเมตร จัดงบลงทุน 4.5 พันล้านบาทขยายศูนย์กระจายสินค้า

นายสมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวว่า บริษัทคาดหวังว่ากำไรสุทธิปี 2557 จะเติบโตในอัตราที่ใกล้เคียงกับการเติบโตของกำไรสุทธิปีนี้ เพราะในปี 2557 บริษัทมีแผนนำพื้นที่คลังสินค้าขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์อีก 200,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่า 4,000-5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เบื้องต้นบริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2556 ที่ 500% จากปี 2555 ที่มีกำไรสุทธิ 213.29 ล้านบาท เพราะมีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน

"ปี 2557 บริษัทพยายามจะรักษากำไรสุทธิไว้ให้ใกล้เคียงกับปีนี้ ที่จะมีกำไรสุทธิเติบโตเป็นพิเศษ จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน มูลค่าทั้งหมด 1 หมื่นล้านบาท ส่วนปีหน้าบริษัทคาดว่าจะขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่มอีกจำนวน 200,000 ตารางเมตร มูลค่าทั้งหมด 4 พันล้านบาท ทำให้ปีหน้าบริษัทจะมีมูลค่ากองทุนจำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท รวมถึงในปีหน้าบริษัทจะมีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้นอีก 300,000 ตารางเมตร จากสิ้นปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1 ล้านตารางเมตร"

ด้านนางลลิตพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบัญชีการเงินและสารสนเทศ บริษัท ไทคอน อิสดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ TICON กล่าวว่า รายได้ค่าเช่าในปี 2557 จะเติบโต 15-20% จากปีนี้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายอดการให้เช่าพื้นที่โรงงานในปีนี้คาดว่าจะพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเพิ่มอีก 120,000 ตารางเมตร เหลือแค่ 100,000 ตารางเมตร เนื่องจากความต้องการลดลง โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดโครงการรถคันแรกที่ทำให้เกิดการโอเวอร์ซัพพลายในช่วงนี้

ในปี 2557 คาดว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จะกลับมาเติบโตได้ปกติ ดังนั้น บริษัทจะยังตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เช่าโรงงานใหม่ไว้ที่ 120,000 ตารางเมตรในปี 2557 เพราะเชื่อว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์จะฟื้นตัวได้ดี ตามการผลิตรถยนต์ของผู้ผลิตรายใหญ่ที่จะมียอดผลิตเพิ่มขึ้น

ขณะที่พื้นที่เช่าคลังสินค้า(Warehouse) ในปี 2556 ยังคงเป้าหมายที่ 250,000 ตารางเมตร จากปัจจุบันทำได้แล้ว 220,000 ตารางเมตร และแนวโน้มคาดว่าจะเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะได้รับผลดีจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ทำให้ความต้องการคลังสินค้าตามหัวเมืองต่างๆ เพิ่มขึ้นส่วนแผนการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 5,500 -6,000 ล้านบาทภายในปีนี้นั้น คาดว่าจะได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการสินทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในสัปดาห์นี้และจะเสนอขายในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ย.2556 ตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพราะมั่นใจว่าจะขายได้หมดแม้ว่าจะมีปัจจัยการเมืองเข้ามากดดันตลาดหุ้นในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจาก บลจ.ไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้บริหารกองทุนระบุว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนที่มีความต้องการซื้อทั้งหมด แต่หากขายไม่หมดทาง บล.ไทยพาณิชย์ก็พร้อมจะซื้อหน่วยลงทุนไว้เอง

"มองการเมืองเป็นแค่ผลกระทบระยะสั้น แต่นักลงทุนยังเข้ามาลงทุน เพราะไทยยังเป็นประเทศที่น่าดึงดูดเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ดีมานด์ของบริษัทยังดีอยู่"