ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์ทั้งปียังขยายตัวได้ 12% ระบุชะลอตัวลงผลจากแบงก์ผลจากกำลังซื้อประชาชนลด ทำให้ยอดปล่อยกู้บุคคล-บัตรเครดิตชะลอ
นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ทิศทางการขยายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่แรงหนุนจากกำลังซื้อในช่วงปลายปีที่เข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ และการเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสแรกของปีงบประมาณน่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนและสนับสนุนให้การขยายสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับทรงตัวได้ที่ระดับ 12 % โดยในไตรมาสที่ 3 สินเชื่อโดยรวมขยายตัวอยู่ที่ 11.6%
"แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อในไตรมาสที่ 4 น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับทั้งปีที่ผ่านมา โดย 9 เดือนแรกของปีนี้ สินเชื่อขยายตัวอยู่ที่ 12% และไตรมาสที่ 3 ขยายตัวอยู่ที่ 11.6 % หากสินเชื่อในช่วงที่เหลือของปีนี้ โตอยู่ในระดับเดียวกัน คาดว่าทั้งปีน่าจะรักษาระดับอยู่ที่ 12 % ซึ่งถือว่าดีเมื่อเทียบกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีของปีนี้ที่หลายฝ่ายมองว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 3 %"
สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3/2556 สินเชื่อยังคงชะลอตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 โดยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มียอดคงค้างอยู่ที่ 10.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6 % จากปีก่อน จามการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย มาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจที่เพิ่มขึ้น 9.9 %จากไตรมาสก่อน ตามการชะลอตัวของภาคการพาณิชย์ ขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัวที่ 14.7%จากไตรมาสก่อน ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคชะลอตัวเช่นกัน ขยายตัวที่ 15.7 % จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้การชะลอตัวของสินเชื่ออุปโภคบริโภค เกิดจากกำลังซื้อของภาคประชาชนที่เริ่มลดลง ภายหลังภาระหนี้ที่มากขึ้น ถือเป็นประเด็นที่น่ากังวล อย่างไรก็ตามธนาคารพาณิชย์เริ่มระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อบัตรเครดิตที่ยังมีสัดส่วนไม่มาก จึงไม่น่ากังวลมากนัก ซึ่ง ธปท.ได้ทำการติดตามคุณภาพของสินเชื่อย่างใกล้ชิด โดยสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลในไตรมาสที่ 3 นั้นยังคงทรงตัวต่อเนื่อง อยู่ที่ 2.66 แสนล้านบาท โดยเอ็นพีแอลก่อนหักสำรอง(Gross NPL) อยู่ที่ 2.2 % ของสินเชื่อรวมและเอ็นพีแอลสุทธิหลังหักสำรอง (Net NPL) อยู่ที่ 1.0 %ของสินเชื่อรวม ในขณะที่สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ(Special Mention Loan) หรือสินเชื่อที่ค้างชำระมากกว่า 1 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือนอยู่ที่ 2.69 แสนล้านบาท อยู่ในระดับทรงตัวที่ 2.2 %
นายอานุภาพ กล่าวว่า การแก้ปัญหาสินเชื่อจัดชั้นดังกล่าวของธนาคารพาณิชย์ช่วงที่ผ่านมาทำได้รวดเร็ว ทำให้สัญญาณการเกิดเอ็นพีแอลในขณะนี้ยังไม่น่ากังวล ขณะเดียวกันเมื่อเจาะเข้าไปดูไส้ในแล้วพบว่าสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงพิเศษมาจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคไม่มากนัก หรือมาจากสินเชื่อรถยนต์ 6.4 หมื่นล้านบาท บัตรเครดิต 3 พันล้านบาท สินเชื่อบุคคล 1.3 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารพาณิชย์ได้มีการตั้งสำรองเพื่อรองรับการผันผวนมากขึ้นโดยสมัครใจ ทำให้ไตรมาส 3 ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ได้ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 9 พันล้านบาท ส่งผลให้ 9 เดือนแรก ธนาคารพาณิชย์กันสำรองเพิ่มแล้ว 4 หมื่นล้านบาท และมีระดับการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเป็น 167.4 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามการขยายตัวของเงินฝากในไตรมาสที่ 3 ยังต่ำกว่าการขยายสินเชื่อ โดยเงินฝากที่รวมตั๋วบีอีและเงินกู้ยืมนั้นมีการเติบโตจากปีก่อนที่ 9.3% หรือ 11.5 ล้านล้านบาทเป็นผลจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ อีกทั้งประชาชนมีทางเลือกในการลงทุนรูปแบบอื่นๆ มากขึ้น ในขณะที่สินเชื่อรวมทั้งหมด 10.4 ล้านล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนเงินฝากทุกประเภทต่อเงินกู้ยืมคิดเป็น 90.1 % แสดงให้เห็นว่าสภาพคล่องธนาคารพาณิชย์ตึงตัวขึ้น จึงมองว่าธนาคารพาณิชย์อาจมีการแข่งขันระดมเงินฝากในระยะต่อไปเพิ่มขึ้นได้
สำหรับผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ ในไตรมาสที่ 3 /56 มีกำไรสุทธิรวม 5.4 หมื่นล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีรายการพิเศษแต่หากไม่รวมรายการพิเศษนั้นจะพบว่า ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6.1 พันล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 12.6 % ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) เพิ่มขึ้น 2.58 % ส่งผลให้ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนอยู่ในระดับที่สูง และมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นเพิ่มขึ้น 16.5% และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เพิ่มขึ้น 13.1%






