วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทย-ปากีฯตั้งเป้าขยายการค้าเพิ่มสองเท่า

ไทย-ปากีสถาน แลกเปลี่ยนข้อมูลเครือข่ายการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งเป้าขยายการค้าการลงทุนเพิ่มสองเท่า

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนายมูฮัมหมัด นาวาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ในโอกาสเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของรัฐบาล โดยมีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนการหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ

จากนั้นเวลาได้มีการแถลงข่าวร่วมกัน โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งความสัมพันธ์ของสองประเทศถือเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและมีความสำคัญในภูมิภาค ไทยยินดีเสริมสร้างความร่วมมือทั้งระดับทวิภาคี ภูมิภาค และระดับโลก ซึ่งทั้งไทยและปากีสถานมีนโยบายทางเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน และการรักษาความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศในทุกๆระดับต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองประเทศมีความยินดีที่คณะกรรมการการค้าร่วม(Joint Trade Committee: JTC) ได้เริ่มดำเนินงานแล้ว ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม JTC ครั้งที่สอง ช่วงต้นปี 2557 หวังว่าจะมีการหารือถึงความเป็นไปได้ของการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทยและปากีสถานในการประชุมครั้งถัดไป และจะเป็นการดีอย่างยิ่งหากรัฐบาลปากีสถานช่วยเหลือไทยจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประจำปากีสถาน เพื่อสนับสนุนการค้าระดับทวิภาดีระหว่างสองประเทศต่อไป ไทยและปากีสถานต่างมั่นใจว่าทั้งสองจะสามารถบรรลุการเพิ่มมูลค่าการค้าเป็นสองเท่าภายในปี 2561 ซึ่งตนยินดีต่อการจัดตั้งสภาธุรกิจร่วม

"ส่วนความร่วมมือด้านความมั่นคง ประเทศไทยพร้อมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยไทยมีความสนใจเรียนรู้ประสบการณ์การรับมือกับกลุ่มก่อการร้ายจากปากีสถาน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับเวทีองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ไทยยังมีสถานะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ตั้งแต่ปี 2541 แต่ไทยยินดีพัฒนาความสัมพันธ์และเสริมสร้างความร่วมมือกับ OIC และรัฐบาลไทยกำลังแก้ไขปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี โดยให้ความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชนโดยคนในท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอัตลักษณ์และสิทธิของคนในพื้นที่

นายมูฮัมหมัด กล่าวว่า ปากีสถานและไทยมีความเชื่อมโยงกันทางวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ทางทวิภาคี เพื่อยกระดับความสัมพันธ์กับไทยในทุกด้าน ได้มีการหารือทวิภาคีในเรื่องการค้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีและการท่องเที่ยว ซึ่งได้ข้อตกลงว่าจะขยายหุ้นส่วนระหว่างกันให้มากขึ้น โดยในด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทย - ปากีสถาน มีลักษณะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน การค้าการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศมีมูลค่า 1,000 ยูเอสดอลลาร์ ซึ่งถือว่าน้อยหากเทียบกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ก่อนตนจะหมดวาระ เราจะตั้งเป้าพัฒนาการค้าเป็นสองเท่าให้ได้ ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญของการลงทุนในด้านต่างๆ อาทิ ด้านพลังาน การผลิตอาหาร เพชร และการท่องเที่ยว