วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เบิร์กไชร์'ซื้อหุ้น'เอ็กซอน โมบิล'

"เบิร์กไชร์ แฮธะเวย์" บริษัทเพื่อการลงทุนของมหาเศรษฐีนักลงทุน "วอร์เรน บัฟเฟตต์" ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัทน้ำมัน "เอ็กซอน โมบิล"

"เบิร์กไชร์ แฮธะเวย์" บริษัทเพื่อการลงทุนของมหาเศรษฐีนักลงทุน "วอร์เรน บัฟเฟตต์" ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัทน้ำมัน "เอ็กซอน โมบิล" จำนวน 40.1 ล้านหุ้น ด้วยมูลค่า 3,450 ล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า แม้จำนวนหุ้นที่เบิร์กไชร์ซื้อไปจะคิดเป็นเพียง 0.9% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของเอ็กซอนก็ตาม แต่นั่นก็หมายความว่าบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่รายนี้จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบริษัทที่ใหญ่และทำกำไรได้มากที่สุดของโลกรายหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้การครอบครองของบุคคลที่รวยเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือก.ล.ต.สหรัฐ ต้องการให้นักลงทุนรายใหญ่เปิดเผยข้อมูลการถือหุ้นทุกไตรมาส ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะทำให้เห็นกลยุทธ์การเลือกซื้อและขายหุ้นในพอร์ตของนักลงทุนเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม บางครั้งนายบัฟเฟตต์ขออนุญาตกับก.ล.ต.ในการเลื่อนเวลาการเปิดเผยข้อมูลออกไป เพื่อให้ตัวเขาสามารถซื้อหุ้นโดยไม่มีนักลงทุนเข้าลงทุนแบบเดียวกันและในเวลาเดียวกัน

กรณีเข้าซื้อหุ้นเอ็กซอนครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เบิร์กไชร์ซื้อหุ้นเอ็กซอนตั้งแต่ในไตรมาส 2 ของปีนี้ แต่เพิ่งมาเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

การเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ประจำไตรมาส 3 ที่ผ่านมาเผยว่า เบิร์กไชร์ถือหุ้นอยู่ในกิจการต่าง ๆ มีมูลค่าทั้งสิ้น 104,900 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะใน 4 บริษัทชั้นนำอย่าง อเมริกัน เอ็กซ์เพรส, โคคา โคล่า, ไอบีเอ็ม, และเวลส์ ฟาร์โก มีมูลค่ารวมกันถึง 58,400 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับที่ลดการถือหุ้นในบริษัทน้ำมันรายใหญ่อีกรายอย่าง "โคโนโคฟิลลิปส์" ลง 44%

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวการลงทุนของเบิร์กไชร์ที่น่าสนใจ อาทิ ถือหุ้นเพิ่มในแบงก์ ออฟ นิวยอร์ก เมลลอน คอร์ป, ดาวิต้า เฮลท์แคร์ พาร์ทเนอร์ส อิงค์, ไดเรคทีวี, ซันคอร์ เอเนอร์จี โค, ยูเอส เเบนคอร์ป และ เวอริไซน์ อิงค์ แต่ลดการถือหุ้นในบริษัทผลิตยารายใหญ่ชื่อดัง "แกล็กโซสมิทไคล์น" หรือจีเอสเคลง

เบิร์กไชร์ แฮธะเวย์ ลงทุนในธุรกิจมากกว่า 80 แห่ง ในหลากหลายประเภทกิจการทั้งบริการประกันภัย บริการขนส่งทางรถไฟ บริการสาธาณูปโภค ผลิตอุปกรณ์เคมี และผลิตอาหาร ที่ล่าสุดเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมาจ่ายเงินจำนวน 12,300 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อหุ้นครึ่งหนึ่งในผู้ผลิตซอสชั้นนำ "เอช.เจ. ไฮนซ์"