กลุ่มปตท. งวด 9 เดือนกวาดกำไรสุทธิกว่า 1.68 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% แต่เฉพาะไตรมาส 3 มีกำไร 6.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 13%
จากการรวบรวมผลการดำเนินงานกลุ่มบริษัท ปตท. (PTT) รวม 6 บริษัท ประกอบด้วย ปตท. บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท พีทีที โกลบอล (PTTGC) บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) พบว่าในช่วง 9 เดือนของปีนี้มีกำไรสุทธิรวม 1.68 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เฉพาะไตรมาส 3 ของปีนี้มีกำไรรวม 6.83 หมื่นล้านบาท ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงไตรมาส 3 ส่วนใหญ่มีกำไรสุทธิปรับลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเพียงบริษัท บางจากฯ และบริษัท ปตท.สผ. ที่มีกำไรเพิ่มขึ้น โดยบางจากมีกำไร 1.35 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนบริษัท ปตท.สผ.มีกำไรสุทธิ 1.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่บริษัท ไออาร์พีซี มีกำไรปรับลดลงสูงสุด โดยมีกำไร 1.04 พันล้านบาท ลดลง 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัท พีทีทีจีซี มีกำไร 9.6 พันล้านบาท ลดลง 25% บริษัท ไทยออยล์ มีกำไร 7.6 พันล้านบาท ลดลง 24% และบริษัท ปตท.มีกำไร 3.08 หมื่นล้านบาท ลดลง 13.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ ปตท.และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 2.09 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปรับลดลงจาก 109.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 105.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนกำไรก่อนรายการดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา หรือ อีบิทด้า (EBITDA) ลดลง 2.6% มาอยู่ที่ระดับ 1.69 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผลประกอบการที่ลดลงของหน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ถึงแม้ว่าผลประกอบการของบริษัทปตท.สผ.จะดีขึ้น ขณะที่บริษัท ปตท. และบริษัทย่อยมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 2.19 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจการกลั่นและกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี
กลุ่มธุรกิจการกลั่นมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากค่าการกลั่น (GRM) ที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากสต็อกน้ำมัน ในขณะที่ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีดีขึ้น ทั้งจากสายอะโรเมติกส์และสายโอเลฟินส์ โดยสายอะโรเมติกส์มีส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้นทั้งจากเบนซีนและพาราไซลีน โดยเฉพาะเบนซีนจากการนำเข้าสารเบนซีนที่เพิ่มขึ้นของจีน นอกจากนี้ ปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 5.3 พันล้านบาท
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าจะทรงตัวจากไตรมาส โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่าจะมีความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแต่ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐจากปัญหาเพดานหนี้และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลง
รวมทั้งปริมาณการผลิตจากกลุ่มที่ไม่ใช่โอเปคที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันไม่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ของราคาน้ำมันสำเร็จรูปคาดว่าส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาดีเซลจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีความต้องการใช้สำหรับฤดูหนาว เพื่อทำความอบอุ่น อีกทั้งความต้องการใช้น้ำมันจากภาคเรือขนส่งที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ราคาน้ำมันเตาปรับตัวสูงขึ้น
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคเคเทรด กล่าวว่า บริษัทปตท.รายงานกำไรไตรมาส 3 สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และดีกว่าคาดการณ์ ซึ่งมาจากรับรู้กำไรอัตราแลกเปลี่ยน และ Stock Gain ที่สูงมาก โดยปัจจัยสนับสนุนคือ ปริมาณจำหน่ายก๊าซฯ อยู่ที่ 4.5 พันล้านลบ.ฟุตต่อวัน กำไรจากกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในธุรกิจโรงกลั่นที่เพิ่มขึ้น ตามทิศทางของค่าการกลั่น และการรับรู้ Stock Gain จำนวนมาก เพียงพอชดเชยยอดขายผลิตภัณฑ์ของโรงแยกก๊าซฯ จะลดลง 11%จากไตรมาส 2 ปีนี้ เนื่องจากเหตุฟ้าผ่าโรงแยกก๊าซฯ ซึ่งเกิดขึ้น วันที่ 14 ส.ค.2556
"ระยะยาวยังคงมุมมองเดิม เชื่อว่ากำไรของ ปตท. จะยังคงเติบโตจากความต้องการใช้ก๊าซ ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งกำไรจากกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ยังคงเติบโตจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น" นักวิเคราะห์กล่าว
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า บริษัท ปตท.รายงานกำไรสูงกว่าประมาณการของตลาด เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจก๊าซที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 5 จะหยุดการผลิต และโรงกลั่นที่เป็นบริษัทร่วม รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกว่าคาด
"ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง จะเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/56 แต่เชื่อว่า การกลับมาดำเนินการผลิตของโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 5 ปัจจุบันดำเนินการผลิตประมาณ 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมดยอดขายก๊าซที่ฟื้นตัว และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลสำหรับผลิตปิโตรเคมีจะช่วยหนุนผลการดำเนินงานหลักของ ปตท.สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป กำไร 9 เดือนแรกของปี 2556 อยู่ที่ 79,261 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 77% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 103,634 ล้านบาท และคิดเป็น 73% ของประมาณการปี 2556 ของตลาด เนื่องจากคาดกำไรสุทธิจะลดลงในไตรมาส 4/56"นักวิเคราะห์กล่าว








