วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สศค.รับการเมืองป่วนกระทบลงทุนภาครัฐ

สศค.รับหากปัญหาการเมืองยืดเยื้อกระทบการลงทุนภาครัฐ จ่อหั่นเป้าเศรษฐกิจปี"56 ในเดือนธ.ค.ดึงความขัดแย้งการเมืองมารวมด้วย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.เตรียมที่จะมีการทบทวนประมาณการณ์ตัวเลขจีดีพีอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคมจากปัจจุบันที่ประมาณการจีดีพีของปีนี้อยู่ที่ 3.7% โดยจะนำปัจจัยทางการเมือง เข้ามาพิจารณาร่วมพิจารณาด้วย

"ปัจจัยที่จะนำเข้ามาพิจารณาในการปรับประมาณการจีดีพีในครั้งต่อไปนั้น จะนำ 3 ปัจจัยหลักเข้ามาพิจารณา ได้แก่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะแถลงโดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะแถลงในวันจันทร์ที่ 18 พฤษจิกายน รวมถึงตัวเลขการส่งออกในไตรมาสที่ 4 และภาวการณ์ความขัดแย้งการชุมนุมทางการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน เข้ามาพิจารณาด้วย"

ปัจจัยทางการเมืองที่ขัดแย้งในปัจจุบันนั้น หากมีความยืดเยื้อและกินเวลายาวนานจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะส่งผลให้การขับเคลื่อนมาตรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลในโครงการต่างๆ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการชะงักงันของการลงทุนภาครัฐจะส่งผลต่อความมั่นใจของภาคเอกชนทำให้การลงทุนและการโภคภาคเอกชน จะล่าช้าตามไปด้วย

ในขณะที่ภาคการส่งออกในช่วงที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะขยายตัวได้ เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หากการชุมนุมทางการเมืองมีความยืดเยื้อ อาจทำให้ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวของไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องถือว่าเป็นพระเอกของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยจำนวนนักท่องเที่ยว 9 เดือนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20% จะได้รับผลกระทบไปด้วย

สำหรับประมาณการเศรษฐกิจในปี 2557 สศค.มองว่าการเติบโตของจีดีพีน่าจะอยู่ในระดับที่ 5.1%จากภาวการณ์เศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวจากปีนี้ โดยปัจจัยที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้านั้นจะเป็นการลงทุนของภาครัฐบาล โดยจะมีการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณให้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การเติบโตของเศรษฐกิจในปีหน้ามีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันภาคเอกชนไทยอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาการลดมาตรการคิวอีของสหรัฐที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า จะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินนั้นอาจมีมากขึ้น ภาคเอกชนจึงควรจะหาแนวทางเพื่อรองรับปัญหาในส่วนนี้