วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังย้ำหอการค้านอกดูแลไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง

"กิตติรัตน์"ถกหอการค้าต่างประเทศ ย้ำรัฐบาลดูแลสถานการณ์ใกล้ชิดไม่ใช้ความรุนแรง ชี้ต่างชาติยังมีความเชื่อมั่น ระบุชะลอจ่ายภาษีแค่วลีการเมือง

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับคณะผู้บริหารจากหอการค้าต่างประเทศ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาลว่าต้นได้อธิบายสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในขณะนี้ให้กับหอการค้าต่างประเทศรับทราบ โดยเฉพาะกรณีการชุมนุมทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นโดยตนก็ได้ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ทำให้เกิดสถานการณ์บานปลายจนส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ซึ่งภาคเอกชนต่างประเทศก็ยังมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจประเทศไทย และพร้อมทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลไทยต่อไป

"ทางหอการค้าต่างประเทศก็เข้าใจสถานการณ์ดี และขอให้สบายใจได้ ว่าสถานการณ์ไม่ได้รุนแรงอะไร"

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ในการเข้าพบในครั้งนี้หอการค้าต่างประเทศ ได้ย้ำความต้องการที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องเดิมๆ ที่ได้มีการพูดคุยกันมาก่อนหน้านี้ เช่น การค้าการลงทุน ความคืบหน้าการจัดทำเขตเสรีการค้า(เอฟทีเอ) ไทย-ยุโรป และเอฟทีเอไทย-อินเดีย ที่หยุดชะงักไปในช่วงรัฐประหาร ปี 2549 แต่ปัจจุบันพยายามทำให้มีความคืบหน้ามากขึ้นแล้ว รวมทั้งหอการค้าต่างประเทศยังได้ขอให้ไทยช่วยพิจารณาการให้วีซ่ากับผู้บริหารระดับสูงที่เดินทางมาทำธุรกิจในไทยให้มีความสะดวกมากขึ้น อย่างเช่น ให้วีซ่าระยะยาว 5-10 ปี ซึ่งตนได้รับเรื่องไว้ และจะได้ไปหารือกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกระทรวงต่างประเทศในโอกาสต่อไป

นายกิตติรัตน์กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประกาศชักชวนผู้ประกอบธุรกิจให้ชะลอการจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง แต่การพูดในเรื่องดังกล่าวของแกนนำก็น่าจะเป็นวลีที่ใช้ในการปราศรัยเท่านั้น เนื่องจากแกนนำเป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง น่าจะมีความเข้าใจถึงการเสียภาษีดังกล่าวว่ารัฐต้องนำไปใช้ในการบริหารประเทศ และเชื่อว่าถ้าบุคคลเหล่านั้นมาทำหน้าที่บริหารการเงินการคลัง และงบประมาณ คงเข้าใจว่าไม่อยากให้เกิดกรณีอย่างนี้ขึ้น เพราะทุกฝ่ายทราบหน้าที่ของการเสียภาษีฯดี เป็นรายได้ที่เข้ารัฐ และรัฐจะนำเงินภาษีเหล่านั้นไปใช้จ่ายในด้านต่างๆ