วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงินตึงตัว-การเมือง ปัจจัยเสี่ยงอสังหาฯ

ภาคอสังหาฯ ชี้ปัจจัยเสี่ยงธุรกิจปีหน้าภาวะเงินตึงตัว-การเมือง-วิกฤติแรงงาน "พฤกษา"คาดภาพรวมโต 5% ต่ำกว่าสถานการณ์ปกติเฉลี่ยโต 7%

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปี 2557 คาดเติบโตราว 5% ถือว่าต่ำกว่าสถานการณ์ปกติที่โตเฉลี่ยปีละ 7% เนื่องจากปัจจัยลบ 2 เรื่องหลัก คือ ปัญหาเงินตึงตัว ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยภายนอกประเทศ เกิดจากการชะลอมาตรการอัดฉีดเงิน(คิวอี) หากสหรัฐยกเลิกตราการดังกล่าว จะส่งผลอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ทำให้เงินทุนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไหลออก เป็นการดึงเม็ดเงินออกไปจากระบบ

ส่วนภายใน มาจากความต้องการใช้เงินลงทุนมากขึ้นในปีหน้าโดยเฉพาะภาครัฐ จากโครงการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคม รวมถึงภาคเอกชนด้วย ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเร่งออกพันธบัตรหุ้นกู้ ทำให้เงินตึงตัว จะทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อผู้กู้ซื้อบ้านที่จะได้วงเงินน้อยลง

อีกปัจจัยคือปัญหาด้านการเมือง ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยประสบปัญหาการเมืองรุนแรงมาหลายครั้ง เชื่อว่าสามารถปรับตัวได้ ส่วนสถานการณ์การเมืองผันผวนในช่วงนี้ ยังเร็วเกินไปจะสรุป ว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมอสังหาฯ

"พฤกษายังไม่ได้รับผลกระทบจากการเมือง โดยเฉพาะในเรื่องของยอดขาย จากต้นปีจนถึงปัจจุบันทำยอดขายไปแล้ว 95% ของเป้าหมายทั้งปี" นายทองมา กล่าว

ราคาบ้านจ่อปรับขึ้น5%

ส่วนแนวโน้มราคาบ้าน เชื่อว่าภาพรวมทั้งตลาดปรับขึ้น 5-6% ตามต้นทุน จากราคาที่ดิน และราคาวัสดุก่อสร้าง สำหรับพฤกษาจะปรับราคาขึ้นไม่เกิน 3- 4% โดยเน้นบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการขยายโรงงาน พรีคาสต์อีก 2 โรง มูลค่าการลงทุน 2,200 ล้านบาท หากคำนวณกำลังผลิตจากบ้านเดี่ยวขนาด 150 ตร.ม. สามารถผลิตได้ 480 หลังต่อเดือน จากกำลังผลิตเดิม 620 หลังต่อเดือน

นายทองมา กล่าวว่าสำหรับแผนการลงทุนในปี 2557 คาดว่าเปิดตัวใหม่ 50 โครงการ มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท เน้นโครงการแนวราบทั้งทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยว พร้อมขยายตลาดต่างจังหวัดที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น เช่น ภูเก็ต ชลบุรี อยุธยา ขอนแก่น และเชียงใหม่ เป็นต้น ส่วนโครงการคอนโดมีเนียมยังเน้นตลาดกรุงเทพฯและปริมณฑล

รับมือแรงงาน-ราคาวัสดุพุ่ง

นายรันต์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด เปิดเผยว่าจากแนวโน้มการขาดแคลนแรงงาน ผู้รับเหมา และวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะแรงงานและผู้รับเหมา คาดว่าจะอยู่ในภาวะวิกฤติ มากขึ้นในปีหน้า เนื่องจากถูกดึงไปใช้ในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคด้านคมนาคมมูลค่า 2 ล้านล้าน ส่งผลต่อต้นทุนค่าก่อสร้างโดยรวมเพิ่มขึ้น 5-10% ดังนั้นในปีหน้าบริษัทมีแผนจะใช้ระบบการก่อสร้างสำเร็จรูป(พรีแฟบ) เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานและช่วยลดต้นทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พรีแฟบในบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ กลุ่มราคาระดับกลาง-ล่าง จากปัจจุบันใช้อยู่ 30% เพิ่มเป็น 100% ภายในสิ้นปีหน้า หรือต้นปี 2558 พร้อมทั้งจะขยายสัดส่วนการใช้ในคอนโดมิเนียม โดยปีหน้ามีแผนจะลงทุนอีก 20-30 ล้านบาท เพิ่มไลน์การผลิตโรงงานพรีแฟบ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการใช้พรีแฟปจากโรงงานและเอาท์ซอร์ส เพิ่มเป็น 30% ต่อ 70 % จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ต่อ 80%

นายรันต์ กล่าวต่อว่าสำหรับแผนลงทุนปีหน้าบริษัทจะงบ 1.1 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อที่ดินใหม่ 3 พันล้านบาท และงบการก่อสร้าง 8 พันล้าน ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรองรับการพัฒนาแล้ว 21 แปลง พื้นที่กรุงเทพฯ 13 แปลง ต่างจังหวัด 8 แปลง

แนวโน้มปีหน้าสถาบันการเงินยังมีความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อรายย่อยต่อเนื่อง เพื่อรองรับปัญหาดังกล่าวบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์คอนโดฯ เป็น 15-20% จากเดิม 10- 15 % พร้อมแนะนำให้ลูกค้าอาชีพอิสระ มีการฝากเงินประจำทุกเดือนกับธนาคาร ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าของบริษัทที่ถูกธนาคารปฏิเสธ สินเชื่ออยู่ประมาณ 10%

สำหรับผลการดำเนินการในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,343 ล้านบาท เติบโต 20% แบ่งเป็นรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินและคอนโดมิเนียม 5,000 ล้านบาท เติบโต 68% รายได้จากค่าเช่าและค่าบริการ 306 ล้านบาท และรายได้อื่นอีก 37 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ 9 เดือนอยู่ที่ 14,974 ล้านบาท เติบโต 57% มีกำไรสุทธิ 882 ล้านบาท ลดลง 184 ล้านบาท คิดเป็น 17% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2555