ขอนำประเด็นปัญหาเกี่ยวกับข้อความใหม่ในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557
มาปุจฉา - วิสัชนา ดังนี้
ปุจฉา กรณีที่กรมสรรพากรได้กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนใช้ใบกำกับภาษีที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ซึ่งกรมสรรพากรได้อนุโลมให้ใช้ใบกำกับภาษีที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 10 หลัก (เดิม) และประทับตราเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลักได้ถึง 31 กรกฎาคม 2556 และวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ให้ใช้ใบกำกับภาษีที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก แต่ที่เจอมาคือผู้ประกอบการจดทะเบียน (ซึ่งเป็นส่วนน้อย) ยังคงใช้ใบกำกับภาษีที่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 10 หลักอยู่ เราขอให้เขาเปลี่ยนเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลักแต่เขาปฏิเสธ และบอกกับเราว่าใช้ได้ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงขอเรียนถามว่าถือเป็นใบกำกับภาษีต้องห้ามฯหรือไม่คะ
วิสัชนา เกี่ยวกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรนั้น นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นมา ได้มีข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ดังนี้
- สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และเข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยโดยได้จดแจ้งการประกอบกิจการในราชอาณาจักรต่อเจ้าพนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักตามหนังสือรับรองฯที่ออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ตามหลักฐานทะเบียนราษฎร
- กรณีอื่น ให้ผู้ต้องเสียภาษีอากรหรือผู้นำส่งภาษีอากร อาทิ ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่ติบุคคล นิติบุคคลอื่น รวมทั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และประกอบกิจการในประเทศไทยผ่านตัวแทน ให้ขอมีและใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ที่กรมสรรพากรออกให้
แต่อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลาเริ่มต้นการบังคับใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลักดังกล่าว กรมสรรพากรได้อนุโลมให้ใช้เลขประจำตัว 10 หลักที่กรมสรรพากรออกให้เพื่อการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร ในชั้นต้นเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 จนถึง 31 มกราคม 2556 และได้มีการขยายเวลาการผ่อนปรนออกไปอีก 6 เดือน คือ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556 ต่อจากนั้นไม่มีการผ่อนปรนอีกแล้ว
ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งบัญญัติเกี่ยวกับรายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป นั้น ได้กำหนดให้รายการเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเป็นข้อความสำคัญที่ต้องมี และจัดทำให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด หากขาดไปย่อมถือเป็นใบกำกับภาษีที่มีข้อความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (2) แห่งประมวลรัษฎากร และยังถือว่า จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีดังกล่าวนั้น เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร อีกด้วย
นอกจากนี้ ทางด้านผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีต้องระวางโทษปรับทางอาญาตามมาตรา 90 (12) แห่งประมวลรัษฎากร กระทงความผิดละ 2,000 บาท ด้วย
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ









