วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐีทั่วโลกเน้นกำเงินสด รอดอกเบี้ยขึ้น

ซิตี้แบงก์เผย 50 ภาคครัวเรือนเป็นเศรษฐีเงินล้านใน 20 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่หันมาถือครองเงินสด 39% คาดดอกเบี้ยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ซิตี้ ไพรเวท แบงก์ ซึ่งเป็นหน่วยงานบริการการเงินแก่กลุ่มลูกค้าเศรษฐีเงินล้านของ ซิตี้ แบงก์ ธนาคารชั้นนำของโลกจากสหรัฐ ได้เผยแพร่ผลการสำรวจภาคครัวเรือนขนาดใหญ่มั่งคั่งกว่า 50 ครัวเรือนใน 20 ประเทศทั่วโลก พบว่าภาคครัวเรือนที่มั่งคั่งส่วนใหญ่พากันถือครองเงินสด หลังจากที่ผลตอบแทนจากการลงทุนลดลงและทำได้น้อยกว่าคาดหวังไว้

ผลสำรวจซิตี้ ไพรเวท แบงก์ ให้รายละเอียดว่า ครัวเรือนมั่งคั่งกลุ่มตัวอย่างตอบว่าได้จัดสรรสินทรัพย์ของครอบครัวให้อยู่ในรูปเงินสดราว 39% มีประมาณ 25% ในพอร์ตที่เป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ เกือบ 19% ลงทุนในการลงทุนทางเลือกกับสินทรัพย์หลากหลาย และลงทุนในตลาดตราสารหนี้ 17%

นายสตีเวน เวททิง ประธานฝ่ายการลงทุนทั่วโลกของซิตี้แบงก์ ตั้งข้อสังเกตให้เอกสารที่ส่งถึงลูกค้าของธนาคารว่า จากการนำผลสำรวจมาประเมินการคาดหวังผลตอบแทนจากพอร์ตลงทุน พบว่ามีอยู่เพียง 4.4% ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์ที่สอดคล้องกับซิตี้ ไพรเวท แบงก์ ที่เฝ้าสังเกตจากพฤติกรรมการลงทุนในกลุ่มนักลงทุนมั่งคั่ง ซึ่งพากันถือครองเงินสดไว้มาก และการจัดสรรสินทรัพย์อย่างที่สำรวจพบไม่มีแนวโน้มจะทำผลตอบแทนบรรลุตามเป้าหมายตั้งไว้

ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างครัวเรือนมั่งคั่ง ส่วนใหญ่ 65% คาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะปรับขึ้น มีประมาณ 60% ของกลุ่มตัวอย่างประเมินไว้ว่าดอกเบี้ยระยะยาวในตลาดจะเพิ่มขึ้น 0.50% และมีเพียง 17%ของกลุ่มตัวอย่างคาดไว้ว่าดอกเบี้ยจะขึ้นทีเดียว 1% หรือมากกว่านี้ และมีเพียง 2% ของกลุ่มตัวอย่างมองว่าดอกเบี้ยจะปรับลดลง

นอกจากนี้ ภาคครัวเรือนกลุ่มตัวอย่าง ที่จัดว่าเป็นเศรษฐีมีเงินอย่างน้อย 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 800 ล้านบาทใน 20 ประเทศทั่วโลก และมีพอร์ตความมั่งคั่งอยู่ในตลาดโลกรวมกันราว 2.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 8 ล้านล้านบาท ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดหุ้นสหรัฐจะปรับขึ้นหรือลงในปีหน้าด้วย ซึ่งปรากฏว่า 65% ของกลุ่มตัวอย่างคาดว่าหุ้นสหรัฐจะปรับขึ้น

ขณะเดียวกันเวลธ์-เอกซ์ และผลสำรวจเศรษฐีพันล้านของยูบีเอสปี 2556 ระบุว่าทั้งๆ ที่เศรษฐกิจเอเชียเติบโตแบบชะลอตัวลง แต่ภูมิภาคนี้กลับมีจำนวนมหาเศรษฐีพันล้านสูงสุดเทียบภูมิภาคอื่นทั่วโลก และแซงหน้าจำนวนเศรษฐีที่มีอยู่ในยุโรป ซึ่งยุโรปเป็นภูมิภาคเดียวที่มีจำนวนมหาเศรษฐีลดลง

รายงานระบุว่าประชากรเป็นมหาเศรษฐีพันล้านในเอเชียมีจำนวนเพิ่มขึ้น 18 รายเป็นทั้งหมด 508 รายในปีนี้ ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีพันล้านกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 13% เป็น 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ ตรงข้ามกับจำนวนมหาเศรษฐีพันล้านในยุโรปที่ลดลง 29 ราย เหลือทั้งหมด 766 ราย อย่างไรก็ตามความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีพันล้านในยุโรปเพิ่มขึ้น 3.7% มีมูลค่าความมั่งคั่งรวมกันทั้งหมด 2.12 ล้านล้านดอลลาร์

ขณะที่ภาพรวมของประชากรเป็นมหาเศรษฐีพันล้านทั่วโลกล่าสุด มีจำนวน 2,170 ราย มีความมั่งคั่งรวมกันทั้งโลกเพิ่มขึ้น 5.3% มีมูลค่าความร่ำรวยรวมกัน 6.5 ล้านล้านดอลลาร์ และมีค่าเฉลี่ยความรวยของมหาเศรษฐีพันล้านแต่ละคนทั่วโลกอยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐยังคงครองแชมป์แหล่งที่พำนักอาศัยรวมมหาเศรษฐีพันล้านไว้มากที่สุดในโลก 515 ราย ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่ามหาเศรษฐีพันล้านที่มีอยู่ในจีนถึง 3 เท่า ซึ่งจีนเป็นประเทศมีมหาเศรษฐีพันล้านมากที่สุดอันดับ 2 ด้วยจำนวนอภิมหาเศรษฐี 157 ราย และอังกฤษกับรัสเซียมีอภิมหาเศรษฐีมากที่สุดเป็นอันดับ 3 และ 4 ตามลำดับ