บอร์ดมิลล์คอนอนุมัติจัดสรรหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุน 344 ล้านหุ้น ขายเฉพาะเจาะจง ราคาหุ้นละ 2.03 บาท มูลค่ารวม 700 ล้านบาท กลุ่มฮั่วเซ่งเฮงโผล่
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด(มหาชน) เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2556 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง(พีพี)จำนวน 334,827,586 หุ้น ในราคาหุ้นละ 2.03 บาท คิดเป็นมูลค่า 700 ล้านบาท โดยนักลงทุนที่ได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ประกอบด้วย กองทุน Apical Asset Management Pte.,Ltd จำนวน 152.7 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 310 ล้านบาท อันดับ 2 บริษัท อินดัสเตรียลล์ เบเทลิกุง(ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 78.81 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 160 ล้านบาท อันดับ 3 คือนายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ จำนวน 73.89 ล้านหุ้น มูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท อันดับ 4 นายนิธิ เนื่องจำนง 19.70 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 39.99 ล้านบาท และอันดับ 5 นางสาว สุทธิรัตน์ ลีสวัสดิ์ตระกูล จำนวน 19.7 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 39.99 ล้านบาท
นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมิลล์คอน สตีล จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า การจัดสรรหุ้นทุนดังกล่าว เพื่อรองรับการซื้อกิจการบริษัทอุตสาหกรรมเหล็กกล้าไทย จำกัด(มหาชน) หรือ TSSI ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ดังนั้นบริษัทจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการลงทุนดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้แก่นักลงทุนเฉพาะเจาะจงในครั้งนี้ เป็นไปตามมติการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2556 ที่บริษัทได้มีมติเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 941.02 ล้านบาท โดยวิธีการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,602 .56 ล้านหุ้นและออกหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 750 ล้านหุ้น (หมวด ค) ซึ่งในที่ประชุมได้มีการอนุมัติจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวให้แก่ผู้ลงทุนในวงจำกัด โดยการกำหนดราคาเสนอขายจะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2556 จึงได้มีมติอนุมัติให้บริษัทจัดสรรหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มทุน(หมวดค) จำนวน 344.82 ล้านหุ้น ให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจงข้างต้น
ก่อนหน้านี้นายสิทธิชัย เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทปีหน้าว่า บริษัทจะเน้นเพิ่มมูลค่าให้สินค้า หันไปผลิตสินค้าเหล็กที่เกี่ยวโยงกับวัสดุก่อสร้าง โดยจะนำวัตถุดิบที่มีการสูญเสียจากการผลิตเหล็กชนิดต่างๆ ของบริษัทมาเพิ่มมูลค่า ถือเป็นการต่อยอดสินค้าที่เป็นต้นน้ำของบริษัท ทั้งนี้เมื่อมีการผลิตสินค้าใหม่เกิดขึ้น น่าจะสนับสนุนบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้นได้ คาดว่าในปี 2557 บริษัทจะมียอดขายรวม 1.8 - 2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราโต 10%-15% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน









