"กอบศักดิ์"ประเมินการเมืองยืดเยื้อฉุดจีดีพี ปี 57 วูบ 1-1.5% เหลือเพียงขยายตัว 3.5-4% "บีเอ็นพีพาริบาส์"ผวาวุ่นซ้ำรอยปี"53
ความกังวลต่อกระแสคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความกังวลของพัฒนาการชุมนุมต่อต้านที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้ารอบใหม่ซ้ำรอยปี 53 โดยวาณิชธนกิจชั้นนำของยุโรปได้ออกรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งจะมีผลต่อกระทบต่อเศรษฐไทย ขณะที่ธนาคารโลกเห็นว่าจะมีผลกระทบระยะสั้น
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานสัมมนา Economic Outlook ตามติดเศรษฐกิจไทยปี 2557 ที่จัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ว่า เศรษฐกิจของไทยในปี 2557คาดว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 4% เนื่องจากการส่งออกที่จะได้รับผลบวก จากฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น แต่ต้องระวังไม่ให้มีปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองภายในประเทศเข้ามาฉุดรั้ง
โดยสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศขณะนี้ มีหลายภาคส่วนออกมาแสดงพลังต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ดังนั้นมองว่ารัฐบาลควรหยุดและรับฟังเสียงของประชาชน เพราะหากยังดึงดันที่จะผลักดันให้ผ่านวุฒิสภา ก็จะยิ่งทำให้เกิดการต่อต้านที่รุนแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้วุฒิสภาคว่ำพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้ต้องส่งร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรกลับไปพิจารณาใหม่ ซึ่งจะมีเวลาให้สภาผู้แทนราษฎรมีเวลาอีก 180 วัน ในการแก้ไขปรับปรุงเนื้อหา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แต่ทั้งนี้หาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาไปได้ ยังคงมีกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญที่จะหยุดยั้งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะหยิบยกประเด็นในเรื่องของการทำทุจริตทางการเงินออก เหลือเพียงประเด็นการนิรโทษกรรมทางการเมือง แต่หากรอถึงการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอาจจะช้าเกินไป และจะยิ่งมีความเสี่ยงในเรื่องของอารมณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม และทำให้บ้านเมืองยิ่งเกิดความไม่สงบ
"หากกฎหมายนี้ไม่ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาในวันที่ 11 พ.ย. ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ รัฐบาลจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ และไม่ควรอ้างว่าเป็นเรื่องของสภา เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง"
สอท.นัดประเมินผลกระทบศก.จากม็อบ
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 8 พ.ย.นี้ ส.อ.ท. จะประชุมคณะกรรมการบริหารนัดพิเศษ เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น จากความขัดแย้งทางเมืองในขณะนี้ ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการรู้สึกกังวล เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับลดลงตามสถานการร์ทางการเมืองในประเทศ
ทั้งนี้ ขอยืนยันในส่วนของ ส.อ.ท. ไม่ยุ่งเกี่ยวกับประเด็นการเมือง และมีจุดยืนในการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ซึ่ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือไม่ทาง ส.อ.ท.จะต้องพิจารณาดูในกระบวนการของกฎหมายอีกครั้ง ก่อนกำหนดจุดยืนที่ชัดเจนของ ส.อ.ท. ต่อไป
สำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะอยู่ที่ประมาณ 3.5-4% ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ตั้งไว้ที่ 5% เนื่องจากได้รับผลกระทบเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน กำลังซื้อในประเทศชะลอตัว ขณะที่ปี 2557 มองว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้สูงกว่า 4% ตามการเติบโตของเศร็ฐกิจในกลุ่มอาเซียนที่คาดว่าจะขยายตัว 4% และการส่งออกของประเทศคู้ค้าที่คาดว่าจะฟื้นตัว โดยภาคเอกชนอยากเห็นรัฐบาลเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท แต่จะต้องไม่มีปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองเข้ามากระทบ
กอบศักดิ์ชี้ฉุดจีดีพี 57 เหลือโต 3.5-4%
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากเดิมที่เคยประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ทั้งปีว่าจะขยายตัวที่ 4% นั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้เพียง 5% แต่จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทำให้การลงทุนและการบริโภคที่ชะลอตัวส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้เพียง 2-3%
ส่วนปัญหาทางการที่ร้อนแรงขึ้นในขณะนี้ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล และจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาการเมืองขึ้นทุกครั้ง จะส่งผลกระทบต่อจีดีพี ลดลงประมาณ 1-1.5% และยังเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้ลดลง จึงเป็นไปได้ยากที่เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ถึง 4% โดยหากปัญหาการเมืองยังยืดเยื้อต่อไป ก็จะส่งผลกระทบต่อจีดีพีปี 2557 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 5% จะเหลือเพียง 3.5-4% ส่วนนักลงทุนที่ลงทุนอยู่ในตลาดขณะนี้ควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนเพราะตลาดยังคงมีความผันผวนจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ไม่ชัดเจน
4 สถานทูตเตือนเลี่ยงเส้นทางชุมนุม
นางวิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้สถานทูตของ 4 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส สวีเดน สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ออกคำเตือนนักท่องเที่ยว (ทราเวล วอร์นนิ่ง) ประเทศนั้นๆ ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณพื้นที่การชุมนุมทางการเมือง ซึ่งถือเป็นระดับต่ำของการประกาศเตือน โดยประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ประกาศเตือนดังกล่าว ยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยว ทั้งการยกเลิกการจองห้องพัก หรือการยกเลิกการเดินทางมายังประเทศไทย โดยพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวยังมีปริมาณปกติ แต่หากสถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อ ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวในช่งไตรมาส 1 ปี 2557 ได้ ทั้งการยกเลิกการจองห้องพักและเดินทางมายังประเทศไทย
หวั่นยืดเยื้อกระทบไตรมาส1ปีหน้า
"นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการจองห้องพัก และจ่ายเงินจองล่วงหน้าไปแล้วไม่มีการยกเลิก และจากการติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา เข้ามายังสนามบินพบว่ามีปริมาณมากเช่นเดิม การท่องเที่ยวยังพีคอยู่ และยืนยันว่าไตรมาส 4 คงไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวแน่นอน และคาดว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวผ่านบัตรเครดิต ในช่วงนี้จะขยายตัว 10-15% ททท.ก็ยังไม่มีการปรับแผนหรือทำกิจกรรม แต่หากเหตุการณ์ยืดเยื้ออาจกระทบการจองห้องพักและเดินทางมายังประเทศไทยช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า"นายวิไลวรรณ กล่าว
ขณะที่กิจกรรมต่างๆ เช่น เทศกาลวันลอยกระทง ก็ยังเดินหน้าเช่นเดิมใน 5 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ยี่เป็ง กระทงสาย จังหวัดตาก ลอยกระทรงกาบกล้วย จังหวัดสมุทรสงคราม และลอยกระทงกรุงเทพมหานคร โดยประเพณีลอยกระทงตามประทีป ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรงดจัด แต่การจัดกิจกรรมปีนี้จะลดมีความบันเทิงลง เช่น การจุดพลุ
สำหรับภาพรวม 9 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทย 19.67 ล้านคน เติบโต 23% และคาดการณ์ทั้งปีจะขยายตัว 26.11 ล้านคน
รายงานข่าวจาก ททท. ระบุว่า ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวมีทั้งสิ้น 5 ระดับ ประกอบด้วย ระดับ 1.ให้รับรู้ว่ามีสถานการณ์ แต่ไม่มีการเตือนภัย ,ระดับ 2. ให้ตื่นตัว อย่าไปเข้าในที่ไม่ปลอดภัย ,ระดับ 3 หลีกเลี่ยงจุดอันตราย ระดับ 4 ให้ทบทวนการเดินทาง และระดับ 5 ห้ามเดินทางเข้ามาในประเทศไทย









