วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

การเมืองเดือด หลุดแนวรับ1,380 จ่อหั่นเป้า

สมาคมนักวิเคราะห์เตรียมปรับลดเป้าดัชนีตลาดหุ้นปีนี้ลง หลังปัจจัยการเมืองกดดัน ให้แนวรับสำคัญที่ 1,380 จุด ชี้การเมืองกระทบเศรษฐกิจ

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวว่า ทางสมาคมฯ กังวลว่าหากภาวะทางการเมืองยืดเยื้อยาวนาน อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม อีกทั้งธุรกิจการลงทุนและการค้าต่างๆ ซึ่งจะมีผลทำให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อาจปรับตัวลดลง โดยเฉพาะบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการเบิกจ่ายเงินลงทุน 2 ล้านล้านบาท

"สิ่งที่ต้องติดตาม ตอนนี้คือการเมือง ที่เกรงว่าถ้าชุมนุมยาวนาน ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจคงเกิดขึ้น นักลงทุนต้องติดตามว่าสำนักวิเคราะห์ต่างๆ ปรับลดจีดีพีหรือไม่ และผลพวงต่อเศรษฐกิจเป็นยังไง ตามด้วยผลกระทบกำไรขาดทุนของบจ. ที่จะลดลง และในเชิงของเม็ดเงินลงทุนที่อาจต้องรอดูท่าที"นายสมบัติ กล่าว

ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ คาดว่าจะมีการปรับลดประมาณการดัชนีในปีนี้ลงจากเดิมมองไว้ประมาณ 1,500 จุด เนื่องจากปัจจัยการเมืองในขณะนี้ยกระดับเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีผลกดดันต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ การเงิน การใช้จ่าย ส่งผลต่อเนื่องมายังผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และการเคลื่อนไหวของดัชนีโดยมีแนวรับใหญ่อยู่ที่ 1380 จุด ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ด้านเทคนิค

สำหรับเหตุการณ์ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สะท้อนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นที่อยู่ระหว่างการติดตามปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งโดยปกติในช่วงที่เกิดภาวะการชุมนุมและมีการรวมตัวมากขึ้นจะกระทบต่อดัชนีราว 5-6% ซึ่งวานนี้ดัชนีปรับตัวลดลงราว 2.5%และมีการขายหุ้นจากสถาบันจากในและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การชุมนุมมีทิศทางที่เลวร้ายที่สุด จะทำให้ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงได้ไม่เกิน 10%

"จากเหตุการณ์ในอดีตเวลาเกิดปัจจัยทางการเมืองขึ้น จะสะท้อนตลาดหุ้นใน 3 ระดับ คือ 1. มีแนวโน้มจะเกิดการชุมนุมทั่วไป จะกระทบหุ้น 2-3% 2. มีการชุมนุมมากขึ้น กระทบหุ้น 5-6% ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในระดับนี้ และ 3. คือกรณีเกิดความรุนแรง จะกระทบทำให้หุ้นไทย Underperform ไม่เกิน 10% ซึ่งทางสมาคมฯ คงต้องปรับประมาณการใหม่ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปจะกระทบภาคธุรกิจ การเงิน ท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอย แต่จะปรับลงเท่าไรต้องรอสมาชิกทำวิจัยก่อน คาดว่าอีก 2-3 สัปดาห์ แต่แนวรับใหญ่ทางเทคนิคตอนนี้ อยู่ที่ 1380 จุด"นายสมบัติ กล่าว

ส่วนประเด็นด้าน QE มองว่าขณะนี้ไม่น่าจะมีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก เพราะเนื่องจากที่ผ่านมาได้รับข่าวดังกล่าวไปมากแล้วและเชื่อว่าคงไม่ผิดความคาดหมาย โดยปัจจัยหลักที่ตลาดหุ้นให้น้ำหนัก คือปัจจัยในประเทศ