"ไทยเบฟ"หวั่นวิกฤติการเมืองฉุดไทยเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล หลังทุนนอกเกาะติดชุมนุมใหญ่กลางกรุงก่อนตัดสินใจลงทุน
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายในงานไทยเบฟ เอ็กซ์โป 2013 ว่า จากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น ในฐานะภาคเอกชนต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตก้าวหน้า ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยยืนหยัดโดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน
เขากล่าวว่า สถานการณ์การขยายธุรกิจในปัจจุบัน ความเชื่อมั่นการลงทุนของแต่ละประเทศถือเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดนักลงทุนได้มาก จึงเป็นเรื่องที่ประเทศไทยควรให้ความสำคัญ เพราะไม่เช่นนั้นนักลงทุนต่างชาติอาจเกิดความห่วง กลัว และวิตกกังวล แทนที่นักลงทุนจะเข้ามาปักหลักดำเนินธุรกิจในไทย ก็อาจเบนเข็มไปประเทศอื่นแทน
"อยากให้การเมืองและสังคมมีความสงบเรียบร้อยเหมือนเดิม เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมีความโดดเด่นในภูมิภาค" นายฐาปน กล่าว
อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจทำให้ประเทศไทยถอยหลังลงไปอีก รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจ ทั้งที่ไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อมสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน ทั้งด้านการคมนาคมขนส่ง ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่สามารถดึงดูดการลงทุนเข้ามาได้โดยง่าย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพม่าที่ระบบสาธารณูปโภคยังไม่พร้อม ถนนไม่ดี ไฟฟ้าไม่เอื้ออำนวย ไม่สามารถครอบครองที่ดินได้เพราะเป็นของรัฐ
รุนแรงไม่ใช่"เซ็ตซีโร่"แต่คือ"ดึงปลั๊ก"
"ขณะนี้นักลงทุนข้างนอกกำลังจับตากระแสการเมืองในประเทศไทยอยู่ หากการเมืองรุนแรงอาจทำให้เราถอยหลังไปอีก ซึ่งตอนนี้ไม่เซ็ต ซีโร่ หรือชัทดาวน์ที่สามารถรีสตาร์ทใหม่ได้ แต่เป็นเหมือนการดึงปลั๊ก แล้วต้องเสียบปลั๊กเพื่อสตาร์ทเริ่มใหม่เลย เราไม่ควรใช้ม็อบเป็นการตัดสิน และเรากำลังสูญเสียโอกาสการลงทุนมหาศาลทั้งที่สามารถดึงการลงทุนมาได้ง่ายๆ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้นักลงทุนหันไปพม่ากับเวียดนามแทน"
ล่าสุด บริษัทได้จัดงาน “ไทยเบฟ เอ็กซ์โป 2013” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นการโชว์ศักยภาพของไทยเบฟต่อการไต่อันดับขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มระดับโลกของไทย โดยสถานะของไทยเบฟขณะนี้ถือเป็นผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนเต็มรูปแบบ ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท อินเตอร์เบฟเวอเรจ โฮลดิ้ง คัมปะนี ลิมิเต็ด (IBHL), บริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน), บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) และบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ จำกัด(เอฟแอนด์เอ็น) ซึ่งทั้งหมดบริหารงานโดยคนไทย
ทั้งนี้ ธุรกิจในพอร์ตประกอบด้วยสินค้าหลากหลายทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ อาหาร อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น โดยบริษัทได้รวบรวมธุรกิจหลายสายมาไว้เป็นสายเดียว เพื่อเตรียมการรองรับเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558
"งานไทยเบฟ เอ็กซ์โป เป็นการโชว์ศักยภาพอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของคนไทย ให้คู่ค้าและพันธมิตรได้รับรู้ว่าธุรกิจของคนไทยเติบโตก้าวหน้าอย่างไรบ้าง โดยเรามุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และรองรับการเปิดเออีซีด้วย"
นายฐาปน กล่าวอีกว่า ภาพรวมรายได้ของกลุ่มไทยเบฟปีนี้คาดว่าจะปรับตัวลดลงจากปีก่อน เนื่องจากครึ่งปีแรกรายได้รวมลดลง 7.3% อยู่ที่ 7.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีหลังเป็นช่วงที่ธุรกิจอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น ทำให้บริษัทต้องกระตุ้นยอดขายด้วยการจัดแคมเปญอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการเติบโตในภาพรวมตามอัตราเฉลี่ยที่บริษัทมีรายได้กว่า 1.6 แสนล้านบาท







