วัดกำลังปัจจัยลบการเมือง และปัจจัยบวกจากเฟด แต่ถอยไม่ต่ำกว่า 1,425 จุด ยัง ถือสู้
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ปัจจัยการเมืองจะเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องในวันนี้ หลังจากที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามผลักดันให้สภาฯพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระ 2 ในวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. และดำเนินการลงมติในวาระ 3 ต่อทันทีในวันที่ 2 พ.ย. อย่างไรก็ดีเรายังคงคาดหวังจากปัจจัยหนุนจากผลการประชุม FOMC ในวันนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่เฟดจะส่งสัญญาณคงขนาดมาตรการ QE ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากในคืนนี้ Consensus ประเมินว่าสหรัฐจะรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.ย.2556 ลดลงมาอยู่ที่ 1.2% จาก 1.5% ในเดือนก่อนหน้า และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือน ต.ค.2556 เพิ่มขึ้น 1.5 แสนตำแหน่ง ลดลงจาก 1.66 แสนตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า ดังนั้นในถ้า SET ยังถอยตัวลงไม่ต่ำกว่า 1,425 (+/-5) จุด ยังมีโอกาสเห็นดีดกลับไปในกรอบ 1,465-1,480 จุดในระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์
- ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนในเชิงพื้นฐานของ SET ในวันนี้จะอยู่ที่ประเด็น Earnings Revision โดยที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (18-24 ต.ค.) อัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2556 ของตลาดหุ้นไทยถูก Bloomberg ปรับประมาณการขึ้นราว 1.1% WoW มาอยู่ที่ 11.8% YoY ซึ่งถือว่าเป็นการปรับประมาณการขึ้นสูงที่สุดในกลุ่มตลาดหุ้น Top10 ของภูมิภาค ขณะที่ตลาดหุ้นร่วมกลุ่ม TIPs อย่างอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ถูกปรับประมาณการขึ้นเพียง 0.2% WoW ทั้งคู่มาอยู่ที่ -10.2% YoY และ 5.0% YoY ตามลำดับ อย่างไรก็ดีในส่วนของ Downside Risk กรณี SET พลิกหมุนลงต่ำกว่า 1,425 จุด มีโอกาสไหลลงไปที่ 1,380-1,350 จุดเร็วมาก
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณี SET ยังถอยไม่ต่ำกว่า 1,425 (+/-5) จุด ยังลุ้น “ถือ” หรือ “อ่อนตัวซื้อ” ได้ เป้า 1,480 จุด โดยเน้นหุ้น SAMART, SIM, MFEC, PS, LH, SPALI, KCE, SVI, BCP, RS, BEC, AH และ CPALL ร่วมกับ TMB และ BTS ขณะที่ต่ำกว่า 1,425 (+/-5) จุด แนะนำ “ขาย” กลับมาถือเงินสด 100% สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ยังแนะนำ “คงสัดส่วนการถือหุ้น” ที่ 75%








