วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.สผ.สนซื้อเฮสส์ในไทย-อินโดฯ

ปตท.สผ.รับสนใจซื้อกิจการ "เฮสส์คอร์ป" ในไทย-อินโด หวังขยายโอกาสลงทุน หลังเปิดกลุ่มเฮสส์และนิวฟิลด์ บริษัทพลังงานของสหรัฐ

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทสนใจเข้าซื้อกิจการของกลุ่มบริษัท เฮสส์ (Hess) ในไทยและอินโดนีเซียเพื่อขยายโอกาสการลงทุน เนื่องจากเป็นกิจการที่บริษัทเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอยู่แล้ว ทั้งในอีสานและแหล่งไพลิน

ทั้งนี้ กลุ่มเฮสส์ และนิวฟิลด์ เอ็กซ์ปอเรชั่น (Newfield Exploration) เป็นบริษัทพลังงานของสหรัฐ ซึ่งได้จัดการประมูลเพื่อขายสินทรัพย์บางส่วนในแหล่งน้ำมันและก๊าซในเอเชีย ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ โดยปัจจุบันกลุ่มเฮส คอร์ป เป็นผู้ดำเนินการและถือหุ้น 35% ในโครงการสินภูฮ่อม ในจ.อุดรธานี และขอนแก่น อีกทั้งเป็นผู้ร่วมทุนและถือหุ้น 15% ในโครงการคอนแทร็ค 4 แหล่งไพลินในอ่าวไทย ซึ่งทั้ง 2 แหล่งมีบริษัท ปตท.สผ. ร่วมทุนด้วย นอกจากนี้ กลุ่มเฮสส์ คอร์ป ยังมีสินทรัพย์ปิโตรเลียมอีก 2 แหล่ง ในอินโดนีเซีย ได้แก่ แหล่ง ปางกาฮ์ (Pangkah) และแหล่งนาทูนา (Natuna) บล็อก เอ

เขากล่าวว่าช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 566 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการดำเนินงานตามปกติจำนวน 600 ล้านดอลลาร์ และขาดทุนจากรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานปกติ 34 ล้านดอลลาร์ฯ ส่วนงวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 4.87 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 4.35 หมื่นล้านบาท

สำหรับรายได้รวมของบริษัท ปตท.สผ. และบริษัทรายย่อยไตรมาสนี้ อยู่ที่ 1,841 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.79 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระดับ 1,820 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.70 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นเป็น 65.71 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยของช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ส่วนปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 2.86 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 2.92 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ส่วนใหญ่เนื่องมาจากการหยุดผลิตตามแผนงานของโครงการบงกช ปริมาณการขายน้ำมันดิบที่ลดลงของโครงการเวียดนาม 16-1 และการหยุดผลิตชั่วคราวของโครงการบี 8/32 และ 9 เอ เพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ของแท่นผลิต

สำหรับการดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในเหตุการณ์มอนทาราจากบริษัทประกันภัยนั้น ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงไตรมาสที่ 3 ปี 2556 ปตท.สผ. ได้รับค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 212 ล้านดอลลาร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่เหลือ และคาดว่าจะได้รับค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวประมาณไตรมาส 4 ปี 2556 และปี 2557

ส่วนการเรียกร้องค่าชดเชยจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลจากแหล่งมอนทาราโดยรัฐบาลอินโดนีเซียนั้น บริษัทฯ ยังคงเจรจากับรัฐบาลอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการที่จะพิสูจน์หลักฐานและผลกระทบโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์

บล.ซีไอเอ็มบี วิเคราะห์ว่า บริษัท ปตท.ผส.กำลังมองหาปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตรอบใหม่ด้วยการเข้าประมูลซื้อสินทรัพย์ของเฮสส์ (HESS) ในประเทศไทยและอินโดนีเซีย เชื่อว่าความสำเร็จในการเข้าซื้อสินทรัพย์จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ปริมาณการผลิต ผลกำไรและปริมาณสำรองของบริษัทเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น แต่มูลค่าเพิ่มที่แท้จริงยังคงขึ้นอยู่กับราคาซื้อหุ้นที่เฮสส์ ถืออยู่ทั้งหมดในสินทรัพย์สี่แห่ง ซึ่งเราเชื่อว่าน่าจะไม่เกิน 2.7 พันล้านดอลลาร์

ขณะที่ปตท.สผ.สามารถใช้เงินสดในมือรวม 2.1 พันล้านดอลลาร์บวกกับเงินกู้อีก 1.2 พันล้านดอลลาร์ เป็นแหล่งเงินทุนจึงเชื่อว่า เราเชื่อว่าปตท.สผ.มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในการซื้อกิจการในฐานะที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของโครงการในปัจจุบัน อีกทั้งบริษัทยังมีความแข็งแกร่งทางการเงินซึ่งสามารถสนับสนุนแผนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งหากซื้อกิจการสำเร็จ จะช่วยลดผลกระทบจากโครงการมอนทารา และอาจทำให้ส่วนลดราคาหมดไป รวมทั้ง ผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น

ด้านบริษัท ปตท.(PTT) รายงานแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เตรียมออกหุ้นกู้เสนอขายเบื้องต้นไม่เกิน 2.2 หมื่นล้านบาท กำหนดอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ อายุประมาณ 7 ปี ที่ 4.75% โดยจะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิม และผู้ลงทุนทั่วไป ในเดือนพ.ย.นี้

ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวมีมูลค่าเสนอขายเบื้องต้นไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท และมีหุ้นกู้ที่รองไว้เสนอขายเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 2 พันล้านบาท โดย จะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป ที่เป็นผู้ถือหุ้นกู้เดิมของปตท.ชุด PTTC13OA และ/ หรือ PTTC13OB และ/หรือ PTTC13N ในวันที่ 18-19 พ.ย. และจะเสนอขายให้ผู้ลงทุนทั่วไป ที่ถือหุ้นกู้ชุดอื่นๆ ของบริษัทปตท. และ/หรือ ผู้มีอุปการคุณในวันที่ 21 พ.ย. และเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ย.ซึ่งบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ ไปใช้รีไฟแนนซ์เงินกู้เดิม และรองรับการลงทุน