กบอ.เล็งอัดงบ 1 หมื่นล้าน ปรับปรุงระบบระบายน้ำภาคตะวันออก ป้องกันพื้นที่อุตสาหกรรมถูกน้ำท่วม ยกระดับถนนใน-นอกนิคมฯ ป้องกันการขนส่งสะดุด
นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกได้คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยหลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูลปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อวางแผนรับมือเหตุอุทกภัยในครั้งต่อไป โดยได้ประสานงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ลงไปขุดลอดคูคลอง ขยายลำคลอด และประตูน้ำที่แคบให้ใหญ่ขึ้น เช่น การขยายคลอดพานทอง และประตูน้ำพานทอง เป็นต้น
ขณะที่ในภาพรวมกระทรวงคมนาคมจะเข้ามาช่วยยกระดับความสูงของถนนบริเวณรอบนิคมฯ ให้สูงขึ้น โดนเฉพาะถนนหมายเลข 3466 เพื่อให้สามารถใช้ขนส่งได้แม้จะมีน้ำหลากเข้ามามาก ส่วนในนิคมฯอมตะต้องปรับความสูงของถนนในจุดที่ต่ำสุดให้สูงขึ้น
ด้านนายวีรพงศ์ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ในแผนการป้องกันน้ำท่วมระยะยาวในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกนั้น คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้เตรียมเสนอเข้าที่ประชุม กบอ.อนุมัติงบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงระบบระบายน้ำ ขยายคูคลอง ประตูระบายน้ำและยกระดับถนนที่สำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างถาวร ซึ่งหลังจากผ่านการพิจารณาของ กบอ.แล้วจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติต่อไป
นอกจากนี้จะรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ เพื่อทบทวนมาตรฐานการออกแบบนิคมฯใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องของระบบระบายน้ำ กำแพงป้องกันน้ำท่วม และความสูงของถนนในนิคมฯ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับน้ำสูงสุดในปัจจุบัน และจะผลักดันให้นิคมฯ ที่มีอยู่ในปัจจุบันปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐานใหม่ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ในระยะยาว
ขณะที่นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ได้กลับสู่สภาวะปกติ ผู้ประกอบการเดินหน้ากระบวนการผลิตครบ 100% ซึ่งนับจากนี้อมตะได้เตรียมประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กนอ. กบอ. และกรมชลประทาน ฯลฯ ในการกำหนดแผนงานบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งภายในและพื้นที่โดยรอบนิคมฯ เพื่อป้องกันเหตุระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
โดยในพื้นที่นอกนิคมฯ จะจัดหางบประมาณกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ ซีเอสอาร์ ที่ในแต่ละมีจะมีประมาณ 50-60 ล้านบาท ลงไปขุดลอดขยายคูคลอง หากโครงการใดของรัฐขาดงบประมาณ ก็พร้อมเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่
"จากสถานการณ์น้ำท่วมขังที่ผ่านมายืนยันได้ว่าไม่มีน้ำท่วมเข้าสู่ไลน์การผลิตของผู้ประกอบการมีเพียงการท่วมขังบริเวณผิวจราจรและไหล่ทางในพื้นที่บางเฟสของนิคมเท่านั้น ซึ่งส่งผลกระทบเฉพาะด้านการเดินทางของพนักงานเข้าสู่โรงงานและการขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการ ซึ่งอมตะได้ทำการสำรวจและรวบรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการเพื่อหามาตรการในการป้องกันเหตุร่วมกันในอนาคต โดยเตรียมเชิญผู้บริหารสถานประกอบการเข้าหารือในวันที่ 31 ต.ค.และวันที่ 1 พ.ย.นี้" นายวิบูลย์ กล่าว
สำหรับมาตรการดำเนินงานเพื่อการป้องกันน้ำในระยะแรกนับจากนี้ อมตะได้เตรียมร่วมมือกับผู้ประกอบการจัดทำบังเกอร์ ด้วยคอนกรีตหรือคันดินให้มีความแข็งแรงและสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตรไว้เป็นแนวป้องกันน้ำเบื้องต้น รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำไว้ในพื้นที่เพื่อรองรับการระบายน้ำ ขุดลอกขยายคลองในพื้นที่ ปรับปรุงประตูน้ำให้สะดวกต่อการใช้งาน พร้อมทั้งจัดหาเส้นทางลัดให้น้ำผ่านได้โดยสะดวก ซึ่งนิคมฯอมตะนครอยู่ห่างจากทะเลเพียง 3 กิโลเมตร หากสามารถจัดการน้ำให้ผ่านลงทะเลอย่างวดเร็ว ก็จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ไม่ยาก รวมถึงเร่งหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อวางแผนป้องกันน้ำระยะยาวต่อไป
อย่างไรก็ตามในด้านของนักลงทุนที่อยู่ในนิคมฯทางบริษัทได้ทำความเข้าใจร่วมกันมาตลอด เพราะถือเป็นเหตุสุดวิสัย แม้ว่านิคมได้มีการออกแบบให้สามารถรองรับกับปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่เนื่องจากปีนี้ถือเป็นปีผิดปกติของปริมาณน้ำฝนและน้ำจากพื้นที่อื่นๆ ในภาคตะวันออกมีการไหลมาสมทบ เป็นเหตุให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังในจุดต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่ำ แต่บริษัทก็สามารถรับสถานการณ์ได้ทันท่วงที จึงเชื่อว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากนัก
"ผลจากอุทกภัยครั้งนี้ กระทบโรงงานในนิคมฯไม่มาก เพราะไม่มีน้ำท่วมเข้าโรงงาน มีเพียงแต่น้ำท่วมถนนในนิคมฯ ทำให้มีโรงงานปิดไป 17 แห่ง และปิดแค่ 1-2 วัน ซึ่งไม่กระทบต่อการส่งมอบสินค้า เพราะแต่ละโรงงานก็มีสต็อกสินค้า 3-5 วัน ซึ่งถนนที่ถูกน้ำท่วมก็คิดเป็น 7-8% ของพื้นที่ถนนทั้งนิคมฯ ทำให้โรงงานส่วนใหญ่เกือบ 600 แห่งไม่ได้รับผลกระทบ" นายวิบูลย์ กล่าว
ทั้งนี้ อมตะฯ ยังมั่นใจว่าจะขายพื้นที่นิคมฯ อมตะได้ตามเป้าหมาย 3 พันไร่ บวกลบไม่เกิน 10% โดยในขณะนี้ได้ขายไปแล้วกว่า 1 พันไร่ สำหรับในนิคมฯ อมตะนคร โรงงานส่วนใหญ่จะเป็นของญี่ปุ่น 60% อีก 40% กระจายไปใน 27 ประเทศ ส่วนพื้นที่นิคมฯที่จะขยายเพิ่มในปีนี้จะเป็นโรงงานของประเทศญี่ปุ่น 30% จากเอเชียตะวันออกไกล 40-50% ที่เหลือจะมาจากยุโรป และสหรัฐฯอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มรถยนต์และชิ้นส่วน มีมูลค่าการลงทุนในอมตะนครกว่า 1 ล้านล้านบาท









