"ยิ่งลักษณ์"ขายฝันลงทุน 2 ล้านล้านบาท เชื่อมโยงการค้า-ลงทุนอาเซียน เพิ่มขีดแข่งขัน ลดเหลื่อมล้ำ รองรับเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงาน"อนาคตเศรษฐกิจไทยภายใต้ประชาคมอาเซียน"ว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม เชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน พร้อมไปกับการสนับสนุนธุรกิจไทยทั้งขนาดกลางและย่อมในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาล และภาคเอกชน ได้ผนึกกำลังร่วมกันเตรียมพร้อม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ทำให้คนไทยกินดีอยู่ดีมีความเสมอภาค และเป็นธรรม รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ทั้งนี้ การค้าเสรีจะช่วยขยายโอกาสการค้าและการแข่งขันร่วมกัน เพื่อก้าวไปสู่การค้าเสรีกับประเทศนอกภูมิภาค เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ภายใต้กรอบ FTA-Asean+6 และอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป รวม 28 ประเทศ และ Trans Pacific Partnership หรือ TPP ที่จะครอบคลุมตลาดในทวีปอเมริกา ทำให้อาเซียนเป็นแหล่งดึงดูดการทำการค้าและการลงทุนที่น่าสนใจ
ด้านนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ประเทศไทยจะหยุดนิ่งการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนไม่ได้แล้ว เพราะหากเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่ม เราเสียเปรียบบรูไน พม่า มาเลเซีย ในการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจาก 3 ประเทศ แต่หากมองศักยภาพของไทย ถือว่าจะเป็นประตูการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เพราะไทยค่อนข้างได้เปรียบกว่าประเทศอื่น ประกอบกับไทยมีแผนการลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 2 ล้านล้านบาท จึงเชื่อว่า เมื่อการเป็นประชาคมอาเซียน ที่จะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
ไทยจะต้องเตรียมความพร้อม รองรับประชากร 650 ล้านคน ที่หากเปรียบเทียบกับจีดีพีประเทศไทย ที่มีเพียง 12 ล้านล้านบาท แต่จีดีพีอาเซียนรวมกันจะมีมากถึง 72-73 ล้านล้านบาท ดังนั้น จึงเป็นโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนของไทยได้อีกมากในอนาคต ซึ่งขณะนี้การเตรียมความพร้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงประสิทธิภาพ และยังเชื่อว่า เมื่อเออีซีเกิดขึ้น เศรษฐกิจไทยจะมีอัตราการเติบโตอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังคิดว่า เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเกิดขึ้น การใช้แนวทางการจำนำหรือแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรต่างๆ จะต้องลดลง และต้องใช้มาตรการอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ไทยเองก็พยายามทำความเข้าใจต่อเกษตรกรทั่วประเทศ ที่จะชี้ให้เห็นว่าจะทำอย่างไรที่จะส่งเสริมให้สินค้าเกษตรบางรายการมีราคาสูงขึ้น โดยขณะนี้รัฐบาลเดินหน้าลดพื้นที่เพาะปลูก เช่น พื้นที่ปลูกข้าว และให้เกษตรกรหันมาปลูกอ้อย โดยสามารถลดพื้นที่ไปได้บางส่วนถึง 1 ล้านไร่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าสินค้าเกษตรของไทยในหลายกลุ่มจะสามารถทำตลาดและมีราคาดีได้ในอนาคต






