ภาคธุรกิจจับมือต้านคอร์รัปชั่นค้านนิรโทษกรรมสุดซอย ระบุการเมืองกดตลาดหุ้นระยะสั้น แต่หากพ.ร.บ.ผ่านจะกระทบเชื่อมั่นต่างชาติระยะยาว
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า สภาธุรกิจตลาดทุนร่วมกับองค์ต่อต้านคอร์รัปชั่นและภาคธุรกิจการเงิน และการลงทุนร่วมกันขอยืนยันคัดค้านตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน (พ.ร.บ.นิรโทษกรรม) โดยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมความร่างในมาตรา 3 เพื่อล้างผิดคดีทุจริต และขอเน้นย้ำจุดยืนว่าบรรดาคดีในฐานความผิดคอร์รัปชั่นทั้งหมดต้องเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมจนถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องของกระบวนการยุติธรรมในสังคมเพื่อให้การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง และน่าเชื่อถือ
"จุดยืนของเรา คือการคัดค้านเพื่อล้างคดีให้กับการคอร์รัปชั่น โดยจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นหลัก ซึ่งต้องให้ทุกอย่างเดินไปในขบวนการยุติธรรมให้ถูกต้อง โดยเรามีวิธีการที่คิดว่าน่าจะได้ผลแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ใช้วิธีการชุมนุม หรือวิธีการใดๆที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายแน่ๆ" นายวรวรรณ กล่าว
สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ประเมินว่าจะกดดันให้ตลาดหุ้นมีความผันผวนในระยะสั้น เห็นได้จากนักลงทุนเริ่มมีการชะลอการรลงทุนลงไปบ้างแล้ว ขณะที่หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นจะทำให้ตลาดหุ้นผันผวนอย่างรุนแรง แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเหมือนที่เคยเป็นมา ทั้งนี้ระบุว่าหากปล่อยให้พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านไปได้จะกระทบความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติในระยะยาว ซึ่งถือว่าไม่ดีต่อการพัฒนาประเทศ
"ตลาดหุ้นช่วงนี้ก็คงผันผวนรับข่าวเรื่องการเมือง แต่ก็คงเป็นระยะสั้นเหมือนที่เคยผ่านๆมา แต่ที่สำคัญหากมีการล้างความผิดให้กับผู้ที่คอร์รัปชั่น อันนั้นจะส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาวมาก เพราะนักลงทุนต่างชาติจะไม่มีความเชื่อมั่นจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยล่าสุดคะแนนความโปร่งใสของการบริหารประเทศของไทยอยู่เพียง 30 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 และอยู่ในอันดับที่ 88 ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าประเทศไทยมีการคอร์รัปชั่นสูง อยากให้ทุกอย่างผ่านกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆทำผิดแล้วก็มาล้างกันอย่างนี้ง่ายๆ ถือว่าไม่ถูกต้อง ส่วนกลยุทธ์ในการลงทุนช่วงนี้ยังยืนยันเช่นเดิมเหมือนที่เคยพูดไว้ ให้เน้นลงทุนระยะยาว เลือกการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละคนให้ถูกต้องที่สุด ไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์รอบข้างมากนัก เนื่องจากเราไม่สามารถกำหนดได้" นางวรวรรณ กล่าว









