รัฐบาลประมูลข้าวสต็อครัฐผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าครั้งแรกไม่คึกคัก มีเอกชนร่วมแค่ 5 ราย เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง
บรรยากาศการเปิดประมูลข้าวในสต็อคของรัฐบาลผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) ครั้งแรกของรัฐบาล โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีเอกชนเข้าร่วมประมูลเพียง 5 ราย ทำให้มีการเสนอราคาค่อนข้างต่ำ คาดว่าจะสรุปผู้ชนะการประมูลและปริมาณข้าวที่ประมูลได้สัปดาห์หน้า ส่วนข้าวหอมมะลิ เอกชนเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางประมาณ 6-6.50 บาทต่อกิโลกรัม
ขณะที่ข้าวขาว เอกชนเสนอราคาต่ำกว่าตลาด 1.70-2.50 บาทต่อกิโลกรัม
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เอกชนที่เข้าร่วมประมูลวันนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่คุ้นเคยการซื้อขายข้าวกับรัฐบาล ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์จะเน้นเปิดประมูลผ่านตลาดเอเฟทถี่ขึ้น เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเชื่อมั่น คาดว่าจะได้รับความสนใจจากภาคเอกชนมากขึ้น แม้ว่าสถานการณ์ข้าวตลาดทั่วไปขณะนี้จะค่อนข้างตกต่ำ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้จะดีขึ้น เนื่องจากช่วงนี้ถือเป็นจุดต่ำสุดของราคาแล้ว
ขณะเดียวกันจะเร่งระบายผ่านการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป โดยจะแยกประเภทข้าวที่แตกต่างจากข้าวที่นำมาระบายผ่านตลาดเอเฟท เพื่อแยกกลุ่มผู้ซื้ออย่างชัดเจน นอกจากนี้จะทำโรด์โชว์ขายข้าวในต่างประเทศ โดยเน้นจำหน่ายให้ได้ราคามากกว่าผลักดันเรื่องปริมาณ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เปิดประมูลข้าวลอตแรกครั้งนี้จำนวน 140,443 ตัน จากที่วางแผนไว้ว่าจะระบายข้าวผ่านเอเฟททั้งสิ้น 1 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวขาว 5% ปริมาณ 109,775 ตัน จากคลังในจังหวัดนครสวรรค์ สุพรรณบุรี ชัยนาท และสระบุรี และข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ปริมาณ 30,668 ตัน จากคลังในจังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ กำหนดรับมอบข้าวเป็น 3 ลอต ลอตแรกเดือนธันวาคม 2556 และลอตที่ 2 และ 3 ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2557 ตามลำดับ









