วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กองประหยัดภาษี' ความหวังหุ้นโค้งสุดท้าย

เงินลงทุนต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไทยและมีเม็ดเงินลงทุนผ่านกองทุนประหยัดภาษีเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้าย ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยคึกคัก

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปีกับฤดูลงทุน "กองทุนประหยัดภาษี" อีกครั้ง ตลาดหุ้นไทยภาพค่อนข้างผันผวนช่วงต้นปีกับกลางปีต่างกันเหนือความคาดหมาย

นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน "นักลงทุนต่างชาติ" ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยไปแล้วกว่า 1.05 แสนล้านบาท หากแรงขายต่างชาติเริ่มนิ่ง และมีเม็ดเงินลงทุนผ่านกองทุนประหยัดภาษีเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้าย

เบื้องต้นประเมินว่าเฉพาะเงินที่จะเข้าหุ้นไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท น่าจะผลักดันตลาดหุ้นไทยช่วงปลายปีให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

Fundamentals สัปดาห์นี้ จะพามาดูแนวโน้มการเติบโตและจับกระแสเงินทุนในกองทุนประหยัดภาษีกัน

.......................

@ กองประหยัดภาษีโตต่อเนื่อง เกี่ยวกับเรื่องนี้ "เอกชัย จงวิศาล" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) บอกว่า จากข้อมูลพบว่ากองทุนประหยัดภาษีมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา มีการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมกองทุนรวมโดยรวม ในปี 2551 "กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)" มีสินทรัพย์สุทธิ 45,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 202,883 ล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2556 หรือเพิ่มขึ้น 346.26% (69.25% ต่อปี) เช่นเดียวกับ "กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)" ที่ในปี 2551 มีสินทรัพย์สุทธิ 39,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 130,856 ล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2556 หรือเพิ่มขึ้น 231.03% (46.21% ต่อปี) อย่างไรก็ตาม เมื่อมองโดยภาพรวมของธุรกิจกองทุนรวมที่ปัจจุบันมีสินทรัพย์ประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่ประมาณ 57% ยังเป็นการลงทุนผ่านกองทุนตราสารหนี้ เป็นการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นประมาณ 23% เท่านั้น

"ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเชื่อว่าจะมีเงินลงทุนเข้ามาในกองทุนประหยัดภาษีอีกไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเข้ามาในกองทุน LTF และ กองทุน RMF เฉลี่ยเท่าๆ กันประมาณ 10,000 ล้านบาท"

@ นักลงทุนเห็นประโยชน์มากขึ้น โดย "ดร.สมจินต์ ศรไพศาล" กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ยอมรับว่า กลุ่มกองทุนประหยัดภาษีเป็นกลุ่มกองทุนที่มีการเติบโตที่ต่อเนื่องและการที่ในช่วง 5 ปีหลังมีการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้น น่าจะเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนเห็นประโยชน์จากการลงทุนและที่สำคัญคือ การได้เรียนรู้ "การลงทุนระยะยาวในหุ้น" เชื่อว่าใครที่ลงทุนผ่านกองหุ้นประหยัดภาษีในช่วง 5 ปี ย้อนหลัง ยังคงได้รับผลตอบแทนที่ดีกันทุกคนไม่มีใครติดลบ เมื่อนักลงทุนได้เห็นและได้สัมผัสจึงเริ่มหันมาสนใจการลงทุนในหุ้นผ่านกองทุนประหยัดภาษีมากยิ่งขึ้นเพราะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าลงทุนด้วยตัวเอง ประเด็นหลัก คือ การลงทุนนานขึ้นเพราะมีเงื่อนไขบังคับไว้ เมื่อระยะเวลาการลงทุนยาวนานพอทำให้ฐานทุนใหญ่ขึ้นส่งผลดีต่อผลตอบแทนในระยะยาว มีบางคนเริ่มมาถามว่าจะลงทุนในกองทุน LTF เกินสิทธิได้หรือไม่ เพราะได้เห็นประโยชน์ของการลงทุนระยะยาวในหุ้นแล้วนั่นเอง

"ประสบการณ์ที่ดีจากการลงทุนระยะยาวในหุ้นทำให้เห็นเงินลงทุนเข้ามาลงทุนในกองทุนหุ้นเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทั้งที่เป็นกองปกติและกองประหยัดภาษี แต่โดยหลักการถ้าเป็นผู้ที่มีภาระภาษีที่ต้องจ่ายก็แนะนำให้เข้ามาใช้กองทุนประหยัดภาษีตามสิทธิ แต่ถ้าใช้เต็มสิทธิแล้วอยากจะลงทุนเพิ่มแนะนำให้ใช้กองทุนหุ้นทั่วไปจะดีกว่า โดยใช้หลักของการลงทุนระยะยาวในหุ้นจะช่วยให้ผลตอบแทนในระยะยาวโดยเฉลี่ยยังคงดีโดยเปรียบเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นอยู่ และเชื่อว่าเงินลงทุนในกองทุนประหยัดภาษีในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 จะไม่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา ในส่วนของกองทุน LTF หากดูจากข้อมูลน่าจะเข้ามาได้อีกประมาณ 10,000 ล้านบาท และกองทุน RMF อีกประมาณ 8,000 ล้านบาท"

@ เงิน LTF โค้งสุดท้ายลุยหุ้นไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท เกี่ยวกับเรื่องนี้ "กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ" นักวิเคราะห์กองทุน บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ยอมรับว่า พฤติกรรมนักลงทุนเริ่มเปลี่ยนไปข้อสังเกตในส่วนของกองทุน LTF เอง เริ่มเห็นสัญญาณการเข้าซื้อในช่วงไตรมาสที่ 2/2556 และ 3/2556 เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันยังมียอดเงินลงทุนทั้งปีไหลออกอยู่ 4,270 ล้านบาท คาดว่าในไตรมาสสุดท้ายน่าจะมีเงินไหลเข้าอีกไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เงินไหลเข้าสุทธิทั้งปีใกล้เคียงกับในปี 2555 ที่ผ่านมาที่ประมาณ 6,000 ล้านบาท เช่นกัน แม้ว่าจะมีเงินลงทุนทยอยเข้ามาในระหว่างปีแต่ยังคงเป็นเม็ดเงินที่ไม่มากและเงินลงทุนส่วนใหญ่จริงๆ จะทยอยเข้าในช่วงปลายปีเป็นปกติจึงประเมินว่าเงินลงทุนในหุ้นผ่านกองทุน LTF ในช่วงไตรมาสที่ 4/2556 จะไม่น้อยกว่าในปีที่แล้วแต่ประการใด

ในขณะที่เงินลงทุนในกองทุน RMF เอง ยังเข้ามาต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยช่วง 9 เดือนแรกมีเงินไหลเข้าแล้วประมาณ 6,723 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายก็ยังน่าจะไหลเข้ามาได้อีกประมาณ 8,000 ล้านบาท

"เชื่อว่าเทรนด์การทยอยลงทุนระหว่างปีช่วงที่ตลาดหุ้นตกแรงๆ รวมทั้ง การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Average : DCA) จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในหมู่นักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุนถือเป็นสัญญาณที่ดีแม้จะยังเป็นเม็ดเงินส่วนน้อยอยู่ก็ตาม"

@ นักลงทุนหันลงหุ้นระยะยาวเพิ่มขึ้น กิตติคุณ ยังบอกอีกว่า นักลงทุนไทยหันมาสนใจลงทุนในหุ้นมากขึ้น (กองหุ้นปกติ) โดยในช่วง 9 เดือนแรกมีเงินไหลเข้า "กองทุนหุ้นปกติ" แล้วประมาณ 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็นไหลเข้ากองหุ้นขนาดใหญ่ 14,000 ล้านบาท และกองหุ้นขนาดกลางและเล็ก 31,000 ล้านบาท และนับเป็นการไหลเข้ากองทุนหุ้นต่อเนื่อง 16 เดือน ติดต่อกัน สะท้อนว่านักลงทุนไทยมีความสนใจลงทุนในหุ้นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเป็นไปในกองทุนประหยัดภาษีเช่นเดียวกันจะเห็นได้จากสัดส่วนของกองทุน "LTF-100%" ที่เพิ่มขึ้นตามลำดับจากในปี 2554 มีสัดส่วนประมาณ 52.73% ขยับขึ้นเป็น 57.42% ในปัจจุบัน (ณ 30 ก.ย. 2556) มากกว่ากองทุน "LTF-70/30" ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 39.41% ในปัจจุบัน จากในปี 2554 อยู่ที่ 40.03%

เช่นเดียวกับกองทุน "RMF-หุ้น" ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนในทิศทางเดียวกันโดยปัจจุบันมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 35.24% จากในปี 2554 อยู่ที่ 27.24% เท่านั้น แสดงว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีมากขึ้นต่อตลาดหุ้นไทย รวมถึงนักลงทุนเริ่มมองเห็นโอกาสในการลงทุนที่มากในช่วงที่ตลาดหุ้นตกแรงๆ ซึ่งจะสังเกตได้ว่ามีเงินไหลเข้ามาค่อนข้างเยอะในช่วงเวลาดังกล่าว

"พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนในกองทุนประหยัดภาษีโดยเฉพาะที่มีนโยบายในหุ้นเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นกันในช่วงปีที่ผ่านมา จากที่ส่วนใหญ่จะเริ่มลงทุนกันในไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ในช่วงปีที่ผ่านมานักลงทุนจำนวนไม่น้อยนี้ เริ่มมีการทยอยลงทุนระหว่างปี ดังจะสังเกตได้จากเงินที่ไหลเข้าตลอดช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับหุ้นไทย"

ทั้งหมดนี้ เป็นมุมมองบางส่วนต่อแนวโน้มการเติบโตตลอดจนประมาณการเงินทุนไหลเข้ากองทุนประหยัดภาษีในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ซึ่งน่าจะช่วยทำให้นักลงทุนเห็นภาพรวมของกองทุนประหยัดภาษีได้ดียิ่งขึ้น...ไม่มากก็น้อย