วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บีทีเอส'ลั่นรายได้เกินเป้า

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบีทีเอสโกรทเผยผลประกอบการปีนี้สูงเกินเป้า หลังอัตราการโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสเพิ่มเกินเป้า 12% มั่นใจปันผลได้ตามแผน

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTS) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และผู้ประกอบการรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่า ผลประกอบการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) ในงวดปี 2556 /2557 (1 เม.ย. 2556 - 31 มี.ค. 2557) จะเติบโตมากกว่าเป้าหมายที่เคยระบุไว้ที่ 12% โดยในงวดไตรมาส 1 ปี 2556/2557 (1 เม.ย.-30 มิ.ย) พบว่ารายได้เติบโตกว่าเป้าหมายประมาณ 2-3% และเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน พบว่ารายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 17-18% จึงเชื่อมั่นว่าทั้งปีนี้ ผลประกอบการจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเหตุผลที่รายได้เติบโตอย่างมาก เกิดจากอัตราการโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ คาดว่า รายได้รวมปีนี้ของบีทีเอส จะเติบโตเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 12% จากปีก่อน ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปีบัญชี จำนวนผู้ใช้บริการและรายได้ เติบโตเกิน 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังมองว่า รายได้รวมถึงจำนวนผู้ใช้บริการ ยังจะเติบโตต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ด้วย โดยเฉพาะกรณีที่กรุงเทพมหานคร อาจขยายเส้นทาง เดินรถไฟฟ้าเพิ่มไปจนถึงสถานีบางหว้า ซึ่งจะทำให้มีจำนวนผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบีทีเอส มีจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยเกือบ 7 แสนคน/วันปีที่แล้ว สิ้นสุด 31 มี.ค.56 บีทีเอส มีกำไรสุทธิ 2.49 พันล้านบาท และ มีรายได้รวม 6.7 พันล้านบาท ขณะที่บริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลในช่วง 3 รอบบัญชี ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมาจาก กำไรจากการดำเนินงาน และ กำไรพิเศษจากธุรกรรมกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

นายคีรีมั่นใจว่า จะสามารถจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบีทีเอส ได้ตามนโยบาย โดยงวดไตรมาส 1 ปี 2556/2557 บริษัทได้จ่ายปันผลแล้ว 0.117 บาทต่อหน่วย ส่วนในไตรมาส 2 ปี 2556/2557 นี้ เชื่อว่าจะจ่ายได้ตามนโยบาย เพราะกำไรสุทธิดีขึ้นตามทิศทางของรายได้ โดยคณะกรรมการบริษัทจะมีการประชุมรับรองผลการดำเนินงานในวันที่ 8 พ.ย. นี้ ส่วนจะจ่ายปันผลเมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับผู้บริหารกองทุน คือ บลจ.บัวหลวง

"จ่ายเลยหรือไม่ และจ่ายเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับผู้บริหารกองทุน แต่บริษัทก็ได้แจ้งไปแล้วแนวโน้มผลการดำเนินการเป็นอย่างไร เท่าที่รู้คือผู้บริหารกองทุนต้องการจ่ายผลไตรมาสละ 1 ครั้ง ส่วนกองทุนนี้ก็การันตีปันผล 3 ปี งวดปี 2556 จะจ่ายปันผลประมาณ 6,000 ล้านบาท ปี 2557 จ่าย 7,000 ล้านบาท และปี 2558 จะจ่ายปันผล 8,000 ล้านบาท"

ด้านสภาพคล่องการซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุน ดังกล่าวค่อนข้างน้อย มองว่าเป็นเพราะนักลงทุนส่วนมากเน้นการลงทุนระยะยาว เพื่อรับเงินปันผลที่ค่อนข้างจูงใจ

นายคีรีกล่าวว่า ปัจจุบันบีทีเอส มีกระแสเงินสดสำหรับดำเนินงาน 34,000 ล้านบาท ซึ่งสำรองไว้งานก่อสร้างโครงการพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบขนส่งทางรางซึ่งเป็นงานที่บริษัทเชี่ยวชาญรวมทั้งบริษัทวางแผนลงทุนในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระบบขนส่งทางรางไว้ 1.2 แสนล้านบาท รองรับงานประมูลรถไฟฟ้าได้ 4 สาย โดยเฉพาะส่วนต่อขยายสายสีเขียว และสีชมพู

ทั้งนี้ หากเดินหน้ารับงานดังกล่าว แหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดสำหรับการดำเนินงาน 34,000 ล้านบาท และที่เหลือจะมาจากเงินจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ BTS-W3 อายุ 5 ปี จะเริ่มแปลงสิทธิในปีที่ 4 คาดการณ์ว่าจะได้รับเงินจากการแปลงสิทธิ 40,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็ยังมีเงินจากการแปลงสิทธิ BTS-W2 ซึ่งแปลงสิทธิแล้ว 91% และอีก 9% กำลังจะมีการแปลงสิทธิเร็วๆ นี้

ประเทศในภูมิภาคเอเชียมีความสนใจในการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนค่อนข้างมาก ซึ่งบริษัทได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการต่างประเทศ เพื่อให้เข้าไปดำเนินการก่อสร้างและวางระบบ อาทิเช่น ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม นโยบายหลักของบริษัทคือการเข้าไปรับงาน และร่วมถือหุ้นในสัดส่วนน้อย ประมาณ 5-10% เพื่อมีรายได้จากการลงทุน และค่ารับจ้างบริหารและวางระบบเป็นหลัก โดยล่าสุดได้มีการเซ็น MOU กับผู้ประกอบการในประเทศอินโดนีเซียที่ได้รับสัมปทานจากจาการ์ตา ซิตี้ ให้ไปร่วมลงทุนในการก่อสร้างและวางระบบขนส่งมวลชน มูลค่าโครงการ 30,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ทางผู้ประกอบการดังกล่าวหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาดำเนินการ

"งานต่างประเทศติดต่อเข้ามาตลอด แต่นโยบายหลักของบริษัทคือไปร่วมลงทุนด้วย ถือหุ้นหลักๆ 5-10% เท่านั้น และก็รับเหมาก่อสร้างและวางระบบเป็นรายได้ จะไม่ขนเงินก้อนใหญ่ไปลงทุนในต่างประเทศ"