วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังเล็งเก็บภาษีที่ดินรกร้างเกิน0.5%

"กิตติรัตน์"ไฟเขียวจัดเก็บภาษีบนดินที่รกร้างว่างเปล่า เร่งสศค.สรุปแนวทางและอัตราการจัดเก็บเสนอด่วน คาดเกิน 0.5%

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวปาฐกถาหัวข้อ"นโยบายการคลังและการลงทุนภาครัฐผลต่อการพัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ" ซึ่งจัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ว่า ได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ต้องการที่จะผลักดันให้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้ได้โดยเร็ว ซึ่ง สศค.อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียด คาดว่า จะสามารถสรุปในหลักการได้ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนการบังคับใช้ของกฎหมายต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้ ได้รับการผลักดันจาก สศค.มาเป็นเวลาหลายสิบปีและหลายรัฐบาล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว คือ การจัดเก็บภาษีบนมูลค่าทรัพย์สิน อย่างไรก็ดี ในหลักของการจัดเก็บภาษีดังกล่าวในรัฐบาลนี้ จะให้น้ำหนักไปที่การจัดเก็บภาษีบนที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อจูงใจให้มีการพัฒนาที่ดินเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในแง่อัตราภาษีที่จะจัดเก็บนั้น จะต้องลดแรงจูงใจในการเก็งกำไรในที่ดิน หรือ เก็บที่ดินไว้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า โดยอัตราภาษีในร่างกฎหมายฉบับเดิมเสนอให้จัดเก็บในอัตรา 0.5% ของมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำเกินไป ฉะนั้น อัตราภาษีที่พิจารณาจัดเก็บจะต้องสูงกว่าอัตรานั้น แต่ยังอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคเอกชนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมากนัก

สำหรับนิยามของคำว่า ที่ดินรกร้างว่างเปล่านั้น เขากล่าวว่า เบื้องต้น ทาง สศค.ได้วางกรอบว่า จะต้องเป็นที่ดินที่มีการใช้ประโยชน์บนที่ดินไม่ต่ำกว่า 50%ของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาด้วยว่า การใช้ประโยชน์นั้น ประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น ปลูกพืช ปลูกต้นไม้ หรือ สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นส่วนประกอบหนึ่งของนโยบายการคลัง ที่จะสร้างความเข้มแข็งด้านกฎหมาย เพื่อให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกรรมได้อย่างมั่นคง และ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ประเทศ ซึ่งโครงสร้างการจัดเก็บภาษีของทุกประเทศในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงจากฐานภาษีรายได้มาเป็นฐานภาษีบนความมั่งคั่ง ซึ่งก็คือ ภาษีจากทรัพย์สิน รวมถึง ภาษีที่มาจากการบริโภค