"ฟิลิปส์"กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ รายงานเมื่อวานนี้ว่า มีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในไตรมาสที่สาม
ผลกำไรสุทธิของฟิลิปส์ในไตรมาสที่สามอยู่ที่ 282 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นถึง 171% เมื่อเทียบกับ 104 ล้านยูโรในช่วงเดียวกันของปีก่อน การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและค่าใช้ในการปรับโครงสร้างที่ลดลง
ยอดขายของกลุ่มบริษัทฟิลิปส์ลดลง 3% เหลือ 5,620 ล้านยูโร แต่ฐานสินทรัพย์กลับเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ฟิลิปส์ซึ่งเริ่มหันมาทำธุรกิจรูปแบบใหม่ ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้ปรับโครงสร้างองค์กรซึ่งรวมถึงการลดและกลับไปให้ความสำคัญกับธุรกิจหลอดไฟกับโทรทัศน์ที่ยังคงเป็นที่รู้จักทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทยังหันไปลงทุนด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพซึ่งให้ส่วนต่างกำไรสูงกว่า ขณะที่กิจการเครื่องใช้ภายในครัวเรือนซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของบริษัท ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักจากคู่แข่งหลายราย โดยเฉพาะในเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจซึ่งโตเร็วที่สุดคือหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 9% เทียบกับปีก่อน และส่วนใหญ่มาจากประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน
ฟิลิปส์ซึ่งพ้นจากปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่ใช้เวลา 2 ปี ยังระบุว่า ในไตรมาสที่สาม บริษัทได้ทำการลดต้นทุนลง 183 ล้านยูโร บริษัทมีพนักงานทั่วโลกเกิน 114,000 คนเล็กน้อย หรือน้อยกว่า 12 เดือนก่อนเกือบ 5,000 คน
การปรับโครงสร้างซึ่งมีชื่อเรียกว่า "แอคเซเลอเรท!" (Accelerate!) มีจุดประสงค์ที่จะช่วยประหยัดต้นทุนเป็นจำนวน 1,100 ล้านยูโรภายในสิ้นปี 2557 โดยส่วนใหญ่จะมาจากการลดพนักงานรวม 6,700 คน
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของฟิลิปส์ "นายฟรานส์ แวน ฮูเต็น" แถลงว่า ผลประกอบการดังกล่าวนับเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งอีกไตรมาสหนึ่งของฟิลิปส์ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทายในโลก









