วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

ถอยไม่ต่ำกว่า 1,465 จุด ยังคงอยู่บน Momentum ของการเหวี่ยงขึ้นไปที่ 1,490-1,520 จุด

SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ ตลาดหุ้นไทยยังคงมีแนวโน้มที่จะได้รับปัจจัยหนุนจากโอกาสที่เหลือน้อยมากที่เฟดจะปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงในการประชุม FOMC วันที่ 29-30 ต.ค.2556 โดยที่ในเบื้องต้นเราประเมินว่าเฟดจะลดขนาดมาตรการ QE ลงเร็วที่สุดคือในการประชุม FOMC วันที่ 24-25 ม.ค.2557 และยุติทั้งหมดใน พ.ย.2557 ขณะที่ผลสำรวจจาก Bloomberg ระบุว่าโดยเฉลี่ยนักเศรษฐศาสตร์ 40 คนคาดว่าเฟดจะลดขนาดมาตรการ QE ในการประชุม FOMC วันที่ 17-18 มี.ค.2557 ทั้งนี้ความเชื่อมั่นที่กลับมาสะท้อนออกมาจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (10-16 ต.ค.2556) มีกระแสเงินทุนไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นโลกถึง 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์ สวนทางกับตลาดพันธบัตรโลกที่มีเงินทุนไหลออกราว 3.26 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นระดับ Risk Appetite ของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นชัดเจน

- สัญญาณการไหลกลับของกระแสเงินทุนมายังตลาดหุ้นเอเชียยังคงชัดเจนต่อเนื่อง โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้าราว 357 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ในกลุ่ม TIPs ตลาดหุ้นไทยเป็นเพียงตลาดเดียวที่มีกระแสเงินทุนไหลเข้าราว 152 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียมีเงินทุนไหลออกราว 4 และ 42 ล้านดอลลาร์ ทำให้ในระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์ SET มีโอกาสที่เหวี่ยงตัวขึ้นไปที่ 1,490 จุดได้ ซึ่งถ้ายืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ SET จะขยับกรอบการเหวี่ยงตัวขึ้นไปที่ 1,490-1,520 จุด แต่ถ้าทดสอบแล้วไม่สามารถยืนได้ หรือหมุนตัวลงต่ำกว่า 1,465 จุดลงมาอีกครั้ง SET มีโอกาสที่จะถอยตัวลงมาสร้างฐานสั้นๆในกรอบ 1,445-1,425 จุด

- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณี SET ถอยไม่ต่ำกว่า 1,465 จุด ยังคง “ถือ” หรือ “อ่อนตัวซื้อ” ได้ เป้า 1,490-1,520 จุด ขณะที่ต่ำกว่า 1,465 จุด แนะนำ “ขาย” ลดความเสี่ยง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “คงสัดส่วนการถือหุ้น” ที่ 75% โดยที่การลงทุนทั้งสั้น และกลางเน้น SAMART, SIM, MFEC, SYMC, PS, LH, SPALI, KCE, SVI, BCP, RS, BEC, AH, GLOBAL และ CPALL