แบงก์แข่งชิงเค้กบริหารเงินเศรษฐี

แบงก์แข่งชิงเค้กบริหารเงินเศรษฐี

ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งร้อน หลังจากแบงก์ใหญ่กรุงไทยเร่งขยายฐานลูกค้าคนรวย ตั้งเป้าปีหน้าโต 50% ด้านแบงก์เล็กหวังพอร์ตบริหารทะลุแสนล้านบาท

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจบริหารความมั่งคั่งในปี 2557 ว่ายังจะขยายตัวได้ดี โดยธนาคารคาดว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้า CIMB Preferred เพิ่มอีก 20,000-30,000 ราย จากกลุ่มลูกค้ามีเงินฝากและเงินลงทุน ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป

โดยกลุ่มลูกค้าข้างต้นนั้น ทางธนาคารมีฐานลูกค้าแล้วกว่า 2-3 ล้านคน และจะเพิ่มฐานเงินฝากและเงินลงทุน 30% หรือเพิ่มขึ้นอีก 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้ฐานเงินฝากและเงินลงทุนของซีไอเอ็มบีพรีเฟอร์ทะลุ 1 แสนล้านบาทในปีหน้า ซึ่งช่วง 3 ปีที่ผ่านมาธนาคารสามารถขยายฐานลูกค้าเพิ่มแล้ว 10,000 คน หรือเพิ่มจาก 9,000 คน เป็น 22,000 คน ขณะที่เงินฝากและเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 4 หมื่นล้านบาท เป็น 8 หมื่นล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์การทำธุรกิจในปีหน้านั้น เขากล่าวว่าธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมพนักงานที่จะเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และนำเครื่องมือวางแผนทางการเงินและคำนวณพอร์ตการลงทุนของธนาคารแม่ในมาเลเซีย มาปรับใช้กับลูกค้าคนไทย โดยจะเน้นความง่ายเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้มากกว่าการเน้นขายผลิตภัณฑ์

นายอดิศร มองว่าแม้ว่าขณะนี้ตลาดหุ้นจะปรับลดลงไปบ้าง แต่เป็นเพียงการพักฐานเท่านั้น หากเทียบกับภูมิภาคแล้วตลาดหุ้นไทยยังคึกคักมากที่สุด ทำให้ปีหน้าธนาคารจะหันมามุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ด้านกองทุนรวมและตลาดทุนมากขึ้น

โดยจุดแข็งของ CIMB Preferred ของธนาคาร จะเน้นเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อให้ลูกค้าสามารถจัดสรรการใช้เงินเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินของชีวิตประจำวันและความฝัน แต่ยอมรับว่าไม่สามารถดึงเงินลูกค้ามาทีเดียวทั้งหมด ต้องใช้เวลาสร้างความเชื่อใจ ช่วยให้ลูกค้าได้ผลตอบแทนดี เชื่อว่า 3-5 ปีข้างหน้าซีไอเอ็มบีจะสู้กับธนาคารขนาดใหญ่ได้

ด้าน นายชลิต ศิลป์ศรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ยอมรับการแข่งขันในธุรกิจบริหารความมั่งคั่งรุนแรงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะปีนี้ที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลงมาเล่นในตลาดนี้มากขึ้น การที่ทิสโก้เป็นธนาคารขนาดเล็กจึงต้องใช้กลยุทธ์ทางด้านราคา ด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าควบคู่ไปกับความมั่นคง รวมถึงให้ความรู้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาพนักงานให้มีใบอนุญาตการขายผลิตภัณฑ์การเงินมากขึ้น

โดยตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมาฐานลูกค้าทิสโก้เวลท์ในช่วงที่ผ่านมา เติบโตในระดับ 15% ต่อเนื่อง และคาดว่าสิ้นปีนี้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การลงทุนจะอยู่ที่ 8.4-8.5 หมื่นล้านบาท ส่วนปีหน้าธนาคารตั้งเป้าการเติบโตไว้ 10-15% ทำให้เอยูเอ็มเพิ่มเป็น 1.1 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ เช่น กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ที่ออกมาแล้ว 12 กอง สามารถปิดกองไปแล้ว 11 กองทุน โดยปีหน้าจะแนะนำให้ลูกค้าลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ซึ่งเป็นกองทุนระดับโลกมากขึ้น เพื่อผลตอบแทนที่ดี และยังเป็นการกระจายความเสี่ยงอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ธนาคารทิสโก้ยังมีแผนที่จะเปิดศูนย์ Guru Investment Center อีก 5-6 แห่ง เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำลูกค้าอีกด้วย

ขณะที่ นายชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารมีการจัดกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งหรือพรีเชียส ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มพรีเชียส พลัส (Precious Plus) หรือ กลุ่มที่มีสินทรัพย์ภายใต้การลงทุน หรือ เอยูเอ็ม (AUM) ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และกลุ่มลูกค้าพรีเชียส ที่มี เอยูเอ็ม ตั้งแต่ 1-10 ล้านบาท

โดยลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง ถือเป็นฐานลูกค้าสำคัญในเวลาที่ธนาคารออกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการออกหุ้นกู้หรือกองทุนเพื่อระดมทุนให้ลูกค้าขนาดใหญ่ของธนาคาร ซึ่งธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นสามารถขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ง่าย แต่ขณะนี้ธนาคารยอมรับว่ายังมีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 10% น้อยที่สุดในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ด้วยกัน

โดยในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าพรีเชียส 40,000 รายในสิ้นปีนี้ จากปีก่อนที่มี 18,000 แต่จนถึงขณะนี้ธนาคารมีฐานลูกค้าเพียง 20,000 รายยังต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ส่วนหนึ่งเพราะมีพนักงานที่จะดูแลลูกค้าไม่มากนัก และมีเอยูเอ็มเกือบ 5 แสนล้านบาท

ส่วนปี 2557 ธนาคารตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าและเอยูเอ็มอีก 50% โดยจะเน้นลูกค้ากลุ่มพรีเชียสมากขึ้น และจะขยายเลานจ์เพื่อให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ตามการขยายสาขาต่างจังหวัดเช่นเชียงใหม่หรือขอนแก่น นอกจากนี้จะเริ่มสร้างการรับรู้ในระดับสังคมมากขึ้น จากเดิมที่ธนาคารมีจุดแข็งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอยู่แล้ว