วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

2 กูรูทอง จี้จัดระเบียบ 'เทรดออนไลน์'

ผ่ามุมมอง 2 กูรูทองคำในรายการ RINGSIDE สังเวียนหุ้น ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี ระบุได้เวลาจัดระเบียบเทรดทองออนไลน์

หลังตลาดเติบโตอย่างมากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้เล่นในตลาดมีมาก แต่ไร้หน่วยงานกำกับดูแลการซื้อ-ขาย ผวาผู้ประกอบการฉ้อฉล ปิดหนีนักลงทุน ทำตลาดทองทั้งระบบสะเทือน

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มเอ็มทีเอส แม่ทองสุก 1 ใน 7 ผู้ค้าทองรายใหญ่ของประเทศ กล่าวว่า การซื้อขายทองคำผ่านระบบออนไลน์เติบโตอย่างมากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้หลายบริษัทที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตลาดออนไลน์อย่างมาก ดังนั้นจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมการค้าภายใน หรือกรมการค้าต่างประเทศ เข้ามาควบคุมการเทรดออนไลน์ที่เพิ่มสูงมากขึ้นในปัจจุบัน

วิธีการคือสั่งให้มีการขึ้นทะเบียนบริษัทที่ซื้อขายทองคำผ่านระบบออนไลน์ เนื่องจากบางบริษัทไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคม จึงอาจมีการปิดบริษัทหนีนักลงทุน และสร้างผลลบต่อการลงทุนทองคำ อย่างในช่วงที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากกลุ่มบริษัทจัดตั้งการซื้อขายทองคำระบบออนไลน์ทั้งสิ้น

"เรามองว่าตอนนี้มีความจำเป็นมากที่ต้องมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาจัดระบบระเบียบผู้ค้าทองออนไลน์ที่มีอยู่จำนวนมากให้เข้าที่เข้าทางและเป็นระบบเดียวกัน เหมือนกับที่มี ก.ล.ต. (คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) คอยควบคุมหุ้นแต่ละตัว แต่ตอนนี้ทองออนไลน์ไม่มีใครควบคุมเลย วันหนึ่งหากบริษัทปิดหนีไป นักลงทุนก็ไม่สามารถไปตามเพื่อเอาผิดได้ ไม่จำเป็นต้องนำทั้ง 7,500 บริษัทที่มีอยู่มาขึ้นทะเบียนก็ได้ แค่เฉพาะออนไลน์เท่านั้น" นพ.กฤชรัตน์ ระบุ

แนะตั้งกฎกติกาในการซื้อขาย

น.พ.กฤชรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดในตอนนี้ คือการจัดกฎกติกาในการซื้อขายของทองออนไลน์ อย่างการตั้งหน่วยงานกำกับดูแล หรือผู้ตรวจสอบที่เหมาะสม เพื่อให้ตลาดซื้อขายทองคำเป็นระดับสากลมากขึ้น เช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หรือตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เป็นต้น

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาคมได้ทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาโดยตลอด เนื่องจากต้องการทราบความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องทองคำ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ค้าทองจะทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์เท่านั้น ไม่ได้รับทราบข้อเท็จจริงจาก ธปท.เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งการเข้าพบผู้ว่าการ ธปท.นั้น ทางสมาคมคงไม่มีข้อเสนอใดๆ แต่ต้องการทราบถึงสิ่งที่ ธปท.มองเห็นในตลาดค้าทองปัจจุบัน ว่านโยบายใดที่ต้องการให้สมาคมทำหรือจัดการ

"ที่ผ่านมาเราไม่เคยทราบข้อเท็จจริงอะไรเลยจาก ธปท. ทุกอย่างเราทราบจากข่าวทั้งหมด ดังนั้นเราจึงอยากเข้าไปพบ เพื่อถามว่ามีนโยบายอะไรให้เราทำ ให้เราแก้ไข แต่ขอเข้าพบมานานแล้วก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ จนกระทรวงพาณิชย์เข้ามาแสดงความต้องการที่จะจัดระเบียบร้านทอง" นายจิตติ กล่าว

ด้านนายพรชัย สุดายุวร เลขาธิการสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า เมื่อเราทำหนังสือไปยัง ธปท. แต่ไม่มีการตอบรับ ทางกระทรวงพาณิชย์ก็เรียกทางสมาคมเข้าไปหารือเพื่อจะให้ขึ้นทะเบียนร้านทองพอดี ซึ่งเราก็เห็นด้วยตรงจุดนี้ แต่เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องขึ้นทะเบียนทั้ง 7,500 แห่ง เพราะบริษัทใน 7,500 แห่ง บางส่วนก็เป็นสมาชิกของสมาคมอยู่แล้ว และทำธุรกิจมานานหลายสิบปี เชื่อถือได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากกระทรวงพาณิชย์มีความพร้อมในเรื่องบุคลากรที่จะแจ้งหลักเกณฑ์การจัดระเบียบ และขึ้นทะเบียนไปยังร้านค้าต่างจังหวัดได้ด้วยทางสมาคมก็ยินดี และเชื่อว่ากรณีนี้จะไม่เป็นเรื่องไฟไหม้ฟางเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจะเป็นวงกว้างมากกว่าในอดีต เนื่องจากมูลค่าตลาดทองคำในปัจจุบันถือว่าสูงมาก

"อย่างแรกก่อนที่จะจดทะเบียน กระทรวงพาณิชย์ต้องบอกหลักเกณฑ์ก่อนเลยว่าใครต้องจด ทำอย่างไรบ้าง แล้วถ้ากำลังคนพอ กระทรวงก็ทำทั้ง 7,500 รายเลยก็ได้" นายพรชัย ระบุ

เทรดเป็นดอลล์ป้องกันเก็งกำไรค่าเงิน

ส่วนการป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาทจากการซื้อขายทองคำนั้น นพ.กฤชรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการเก็งกำไรในตลาดซื้อขายทองคำหรือไม่ แต่ตัวเลขของ ธปท.ที่ระบุมาผ่านสื่อก็แสดงให้เห็นว่ามีการเก็งกำไรในตลาดทองคำจริง ซึ่งเราคงปฏิเสธไม่ได้ และเชื่อว่าตัวเลขของ ธปท.ซึ่งเป็นหน่วยงานใหญ่น่าจะมีความน่าเชื่ออยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะป้องกันการเก็งกำไรเงินบาทจากการซื้อขายทองคำที่ดีที่สุด คือ การซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์แทนเงินบาท เพื่อขจัดปัญหาเรื่องการเก็งกำไร

ทั้งนี้ ข้อดีของการซื้อขายในรูปแบบเงินดอลลาร์จะขยายตลาดทองคำของไทยให้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายในระดับอาเซียน รับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ได้ด้วย แต่หากยังต้องซื้อขายในรูปแบบเงินบาท การขยายตลาดทองคำของบ้านเราก็จะยากยิ่งขึ้น

"การซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์มันมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย และตัดปัญหาเรื่องเก็งกำไรค่าเงินบาทไปได้เลย ผมมองว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราต้องปรับเปลี่ยน หากยังย่ำอยู่กับที่ ตลาดทองคำบ้านเราก็ยังอยู่แค่ในบ้านเรา ไม่ได้พัฒนาไประดับอาเซียนเสียที ซึ่งอย่างแรกที่ต้องทำ คือ ธปท.ควรไปแก้กฎหมายซึ่งใช้มาตั้งแต่ 75 ปีที่แล้ว ที่กำหนดว่าสินค้าที่ซื้อขายในประเทศไทยจะต้องซื้อขายเป็นสกุลเงินบาท แต่ยุคนี้มันเป็นยุคใหม่แล้ว จะไม่เปลี่ยนแปลงบ้างหรือ" นพ.กฤชรัตน์ ตั้งคำถาม

อย่างไรก็ตาม มองว่า ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องหันกลับมามองในเชิงของภาพใหญ่และถอยตัวเองออกมา ซึ่งหลายประเทศในโลกได้แก้ไขกฎหมายและมีการซื้อขายทองคำเป็นสกุลดอลลาร์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์ หากประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่เออีซีก็จะต้องมีการปรับตัวด้วย

ยันผู้ค้าทองไม่มีการเก็งกำไรค่าเงิน

ขณะที่ นายพรชัย มองว่า การเปิดซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์ จะเป็นการปล่อยให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาแทรกแซงตลาดทองคำได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากกับธุรกิจของคนไทย ประเด็นสำคัญคือทางสมาคมมั่นใจว่าตลาดการซื้อขายของคำในประเทศไทยไม่มีการเก็งกำไรค่าเงินบาทแน่นอน เพราะเป็นการซื้อขายทองคำจริง ได้ทองคำจริง ไม่ใช่การซื้อขายในกระดาษเพื่อการเก็งกำไร

"หากปล่อยให้มีการซื้อขายในรูปแบบดอลลาร์ วันหนึ่งต่างชาติก็จะเข้ามาแทรกแซงได้ บริษัทที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริษัทของไทย หากต้องการซื้อขายแบบดอลลาร์ก็ไปเล่นตลาดสปอต ไปเก็งกำไรในโกล์ดฟิวเจอร์ ไม่ใช่ตลาดทองคำที่มีการซื้อจริงขายทองจริงอย่างของเรา" นายพรชัย กล่าว