"การบินไทย"ลดเป้ากำไรเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี เหลือแค่ 2.9 พันล้านบาท จาก 6 พันล้านบาท เหตุค่าเงินผันผวนหนักกระทบรายได้
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการการบินไทยวานนี้ (18 ต.ค.) ที่ประชุมได้พิจารณาประมาณการผลการดำเนินงานปี 2556 โดยการบินไทยได้ปรับลดเป้าหมายกำไรสุทธิเหลือ 2.9 พันล้านบาท จากเดิม 4 พันล้านบาท ส่วนประมาณการรายได้ยังคงอยู่ในระดับ 2 แสนล้านบาท สาเหตุที่ต้องปรับลดเป้าหมายกำไรสุทธิเป็นผลจากความผันผวนของค่าเงินบาทและเงินสกุลหลัก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอยู่นอกเหนือการควบคุมและส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของการบินไทย
"รายได้จากการขายตั๋วโดยสารของการบินไทยในปัจจุบันเป็นเงินสกุลบาท 30% ส่วนอีก 70% เป็นเงินสกุลต่างประเทศกว่า 50 สกุลเงิน แต่บริหารจัดการโดยอิงเงินสกุลใหญ่ 4 สกุล แนวทางแก้ไขเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินคือการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าตามที่ประมาณการไว้ในส่วนของ cash flow เพื่อให้รายได้ไม่วูบวาบตามค่าเงิน"
ลดเป้ากำไร 3 รอบหลังขาดทุนไตรมาส 2
ส่วนปัจจัยจากราคาน้ำมันไม่น่ากังวลมากนัก เพราะการบินไทยจัดทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) จากผู้โดยสารสามารถชดเชยค่าใช้จ่ายน้ำมันได้ส่วนหนึ่ง ขณะที่สถานการณ์ในยุโรปเริ่มดีขึ้น เห็นได้จากอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ในเส้นทางบินยุโรปเพิ่มเป็น 68.3% ในเดือนก.ย. 2556 จาก 67.3% ในเดือนก.ย.2555
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้การบินไทยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2556 จะมีรายได้รวม 224,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% จากปี 2555 มีค่าใช้จ่ายรวม 217,422 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% และมีกำไรก่อนภาษีและอัตราแลกเปลี่ยน 6,678 ล้านบาท ต่อมาการบินไทยได้ปรับลดประมาณการกำไรเหลือ 4 พันล้านบาท และหลังจากผลประกอบการ 6 เดือนแรกไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงปรับลดประมาณการกำไรเหลือ 2.9 พันล้านบาท โดยในช่วง 6 เดือนแรกการบินไทยมีรายได้รวม 1.07 แสนล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 155.98 ล้านบาท
จี้ "สรจักร" ทำแผนเพิ่มรายได้องค์กร
แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังพิจารณาการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย ซึ่งเป็นการประเมินผลการทำงานในรอบ 6 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนม.ค.-มิ.ย.2556 โดยนายสรจักร ผ่านการประเมิน แต่ที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวเลขผลประกอบการ 6 เดือนแรกที่ต่ำกว่าเป้าหมาย จึงกำชับให้นายสรจักร ให้ความสำคัญเรื่องการหารายได้และลดค่าใช้จ่าย โดยต้องเสนอแผนงานที่ชัดเจนในการเพิ่มรายได้มาให้พิจารณา
"ผลการประเมินยังมีบางหัวข้อไม่เป็นที่น่าพอใจ ที่ประชุมต้องการให้นายสรจักร ปรับปรุงการทำงานโดยเน้นเชิงรุกมากขึ้น แต่ในภาพรวมที่ประชุมไม่ได้ติดใจและเข้าใจสถานการณ์อุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน ขณะที่นายสรจักร เข้ามาโดยผ่านกระบวนการสรรหา หากทำงานได้เพียง 6 เดือนและไม่ผ่านการประเมิน ต่อไปคงไม่มีใครกล้าเข้ามา จึงต้องให้โอกาสนายสรจักร ได้ทำงานอย่างเต็มที่"
สำหรับการตั้งข้อสังเกตเรื่องการบริหารงาน เพราะพบว่าอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมาก แต่ตัวเลขรายได้กลับลดลง นายสรจักร จะต้องหาคำตอบและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่วนการปรับโครงสร้างการบริหารงานของสายการพาณิชย์เมื่อเร็วๆ นี้ ถือเป็นการปรับย่อยและเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการเพิ่มรายได้เท่านั้น ขณะที่แผนระยะยาวจำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กรในภาพรวมเพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้แต่งตั้งนายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาแผนการปรับโครงสร้างองค์กร โดยตั้งเป้าหมายว่าภารกิจหลักของการบินไทยจะเน้นเรื่องธุรกิจการบิน ส่วนกิจการด้านอื่นๆ เช่น ครัวการบิน ฝ่ายช่าง ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นหน่วยธุรกิจต้องกำหนดบทบาทให้ชัดเจนหรือแยกบริษัทออกไป เพื่อให้การบริหารงานมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น สามารถประเมินการทำงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คาดว่าจะสรุปแผนเสนอคณะกรรมการการบินไทยได้ภายใน 2 เดือน
ขณะที่ นายอำพน กิตติอำพน ประธานกรรมการการบินไทย ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องการประเมินผลการทำงานของนายสรจักร โดยระบุว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เล็งฟื้นบินเส้นทางนิวยอร์กรับแอร์บัส 345
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังพิจารณาเรื่องการขายเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 ลำที่ 4 ซึ่งบริษัท AVCON Worldwide ได้ยื่นข้อเสนอซื้อในราคาลำละ 23.5 ล้านดอลลาร์จากราคาตามมูลค่าทางบัญชี 67.07 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง AVCON ได้ชำระเงินประกัน (Security Deposit) จำนวน 2.5 ล้านดอลลาร์ให้การบินไทยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า AVCON เสนอซื้อเครื่องบินในราคาที่ต่ำมาก และที่ประชุมไม่สามารถตอบสังคมได้ว่าเหตุใดจึงต้องขายเครื่องบินในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีเป็นจำนวนมาก จึงมีมติไม่รับข้อเสนอของ AVCON
"การที่ AVCON จ่ายเงินล่วงหน้ามา 2.5 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการตัดสินใจของบริษัท การบินไทยไม่ได้เสนอให้ต้องวางเงิน หลังจากนี้จะคืนเงินดังกล่าวให้ AVCON ต่อไป และบริษัทไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียโอกาสหรือดอกเบี้ยได้ เพราะทั้งสองฝ่ายไม่มีสัญญาต่อกัน"
สำหรับแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดในขณะนี้คือ การนำเครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 ทั้ง 4 ลำกลับมาใช้งานอีกครั้ง หลังจากที่มีมติให้ปลดระวางเครื่องบินทั้ง 4 ลำ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2555 เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและเพิ่มรายได้ โดยมีความเป็นไปได้สูงที่การบินไทยจะรื้อฟื้นเส้นทางบินกรุงเทพฯ-นิวยอร์กอีกครั้ง เพื่อนำเครื่องบินรุ่นดังกล่าวมาให้บริการ หลังจากหยุดให้บริการเส้นทางนี้เมื่อเดือนก.ค. 2551
ปริมาณผู้โดยสารเดือนก.ย. เพิ่ม 9.5%
ส่วนผลการดำเนินงานในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา พบว่า จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 9.5% จากเดือนก.ย. 2555 โดยมีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย. 2555 ซึ่งเป็นผลจากการรับมอบเครื่องบินใหม่และการปรับเส้นทางบินให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 6.1% และอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เพิ่มขึ้นเป็น 72.3% จาก 71.7%
ขณะที่การขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรง โดยปริมาณการขนส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์ ลดลง 7.0% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปริมาณการผลิตลดลง 2.2% และอัตราส่วนการบรรทุกสินค้าโดยรวม ลดเหลือ 52.4% จาก 55.3%









