ผลประกอบการ 8 แบงก์พาณิชย์ งวด 9 เดือน กวาดกำไรสุทธิ 1.27 แสนล้านบาท โตพุ่ง 21.20% อานิสงส์รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น
ธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 และ งวด 9 เดือน ปี 2556 เหลือเพียงธนาคารกรุงไทย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย และ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ปรากฏว่าผลประกอบการในงวด 9 เดือนนี้ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.27 แสนล้านบาท หรือเติบโต 21.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธนาคารไทยพาณิชย์เป็นแชมป์ประจำงวดด้วยกำไรสุทธิ กว่า 3.85 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26.47% แต่เมื่อเทียบการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิแล้วธนาคารเกียรตินาคินและธนาคารทหารไทย มีการเติบโตของกำไรสุทธิสูงที่สุดที่ 45.95% และ 35.61% ตามลำดับ
นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในไตรมาส 3 ปี 2556 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 12,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในงวด 9 เดือนของปี 2556 ธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 38,500 ล้านบาท เติบโต 28.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2555 เป็นผลมาจากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ รายได้สุทธิจากเบี้ยประกัน รายได้จากเงินปันผลรับที่เพิ่มขึ้น กำไรจากการปริวรรตและค้าเงินตราต่างประเทศ และด้วยหลักการดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง ธนาคารได้มีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ในขณะที่คุณภาพของสินเชื่อโดยรวมของธนาคารยังทรงตัวอยู่ในระดับดี
ไตรมาสนี้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ เพิ่มขึ้น 16.5% จากขยายตัวของสินเชื่อที่ระดับ 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 34.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของเงินปันผลพิเศษจากการลงทุนในหลักทรัพย์ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากค่าธรรมเนียมและเบี้ยประกัน รวมทั้งรายได้จากธุรกรรมเพื่อการค้าและการปริวรรตเงินตราต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มเติมจำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ส่งผลให้มูลค่าสำรองเพิ่มเติมสะสม เพิ่มขึ้นเป็น 4,200 ล้านบาท ในขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพปรับลดลงจาก 2.13% ณ สิ้นปี 2555 มาอยู่ที่ 2.08% ณ สิ้นเดือนก.ย. ภายในปีนี้ ทำให้อัตราสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารเพิ่มขึ้นจาก 144.8% ณ สิ้นปี 2555 เป็น 151.5 % ณ สิ้นเดือนก.ย. ปีนี้
ทางด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา รายงานผลประกอบการของธนาคารและบริษัทในเครือในไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิเบ็ดเสร็จรวมส่วนที่เป็นของธนาคาร 3,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.36% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้งวด 9 เดือน ธนาคารมีกำไรสุทธิเบ็ดเสร็จรวมส่วนที่เป็นของธนาคารอยู่ที่ 10,878 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.07% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
นางเจนิส แวน เอ็กเคอเรน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ผลประกอบการงวดนี้ได้รับผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ โดยในไตรมาส 3 ธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญลดลงมาสู่ระดับปกติที่ 3,149 ล้านบาท หรือลดลง 46.7% จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ เงินให้สินเชื่อรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 7.1% จากลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจ คิดเป็นยอดเงินให้สินเชื่อใหม่จำนวน 5.92 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2555 ขณะที่สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น 12% สินเชื่อเอสเอ็มอีและลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 3.6% และ 1.3% ตามลำดับ มี เอ็นพีแอล 2.6% ต่อสินเชื่อรวม ในส่วนของเงินฝากเพิ่มขึ้น 7.2% คิดเป็นจำนวน 4.93 หมื่นล้านบาท จากสิ้นเดือนธ.ค. 2555 และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของกรุงศรีกรุ๊ป อยู่ในระดับสูงที่ 4.32% ในไตรมาส 3 นี้
"กรุงศรี มีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดว่าเริ่มทรงตัวและจะปรับดีขึ้นในปี 2557 ทั้งนี้ด้วยปัจจัยทางด้านฤดูกาลที่สนับสนุนการขยายตัวของสินเชื่อและความชื่นชอบที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีต่อแบรนด์กรุงศรี เราจึงคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 12% สำหรับปีนี้"นางเจนิส กล่าว









