ป.ป.ช.ฟันธงโครงการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี 3,183 คันของขสมก.ต้องกำหนดราคากลางรถทั้งคันห้ามแยกชิ้นส่วนรถมาคิดราคา รถธรรมดาคันละ 3.8 ล้านบาท
พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้สรุปความเห็นในการดำเนินโครงการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวีของขสมก. จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162.2 ล้านบาท โดยให้กำหนดราคากลางของรถทั้งคัน ไม่ใช่แยกชิ้นส่วนของรถและนำมากำหนดราคากลาง การกำหนดราคากลางจึงต้องเป็นไปตามมติเดิมคือ รถโดยสารธรรมดาคันละ 3.8 ล้านบาท และรถปรับอากาศคันละ 4.5 ล้านบาท
"การซื้อรถเอ็นจีวีเหมือนการซื้อทีวี คนซื้อคงไม่ได้แยกอุปกรณ์มาตีราคาแล้วจึงเลือกซื้อ แต่ซื้อเพราะต้องการยี่ห้อและรูปแบบของทีวีเครื่องนั้นๆ ข้อสรุปจากป.ป.ช.จะช่วยให้โครงการเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง"
ส่วนการดำเนินโครงการในปัจจุบัน ขสมก.อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 5 เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนมากที่สุดในการกำหนดเงื่อนไขการประกวดราคาหรือทีโออาร์ ซึ่งการรับฟังข้อมูลที่ผ่านมาทั้ง 4 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ เพื่อให้การดำเนินโครงการมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
สำหรับการเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการนำเสนอข้อมูลจากทุกภาคส่วนว่าจะมีประเด็นเพิ่มเติมที่ต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขให้การประกวดราคารัดกุมมากยิ่งขึ้นหรือไม่ แต่มั่นใจว่าการดำเนินโครงการนี้จะมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอน โดยตั้งเป้าหมายว่าจะประกาศประกวดราคาในเดือนม.ค.2557 หลังจากนั้นบริษัทที่ชนะการประกวดราคาจะต้องส่งมอบรถโดยสารงวดแรกจำนวน 250 คันให้ขสมก.ในเดือนส.ค. 2557
"ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอประกวดราคามากน้อยเพียงใด ส่วนที่หลายคนเป็นห่วงว่าอาจได้รถโดยสารของจีนซึ่งไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นตามเงื่อนไขทีโออาร์ ซึ่งคณะกรรมการร่างทีโออาร์ยืนยันว่ารถโดยสารที่จะนำมาให้บริการต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก จึงไม่น่ามีปัญหา"
ส่วนกรณีที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเสนอให้รวมค่าซ่อมบำรุงกับการจัดซื้อรถนั้น คณะกรรมการร่างทีโออาร์เห็นความสำคัญในประเด็นดังกล่าว และกังวลเรื่องการจัดหารถในราคาถูกแต่อาจมีค่าซ่อมบำรุงแพง ในการประกวดราคาครั้งนี้จึงกำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอที่มีการประกันค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
แหล่งข่าวจาก ขสมก. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวไม่รวมค่าซ่อมบำรุง 10 ปี ซึ่งจะมีวงเงินค่าซ่อมบำรุง 13,858.408 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งโครงการอยู่ที่ 27,020.608 ล้านบาท แบ่งเป็นการจัดซื้อรถโดยสารธรรมดา 1,659 คัน และรถโดยสารปรับอากาศ 1,524 คัน โดยการจัดซื้อรถเอ็นจีวีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการขสมก.เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยลดภาระหนี้สะสมของขสมก.ที่มีอยู่กว่า 6 หมื่นล้านบาท









