คลังเตรียมออกบอนด์ 1-1.5 พันล้านดอลลาร์ หลังพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทผ่าน เผยต่างชาติเชื่อมั่น ลงทุนระยะยาวผ่านตลาดพันธบัตรไทย
นางสาวจุฬารัตน์ สุธีธร อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การคลี่คลายของปัญหา เพดานหนี้ของสหรัฐอเมริกา จะทำให้ตลาดการเงินมีมุมมอง และมีความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นและคลายความกังวลลง และเงินต่างชาติยังลงทุนระยะยาวในตลาดพันธบัตรไทย
"มีเงินไหลเข้าตลาดบอนด์ของเรา ตั้งแต่มีข่าวเรื่องชะลอลด QE มาแล้ว และส่วนใหญ่ก็เป็นเงินลงทุนระยะยาว ซึ่งเกิดจากความเชื่อมั่นที่ค่อนข้างดี ช่วงที่ผ่านมา เงินก็ยังอยู่กับเรา ที่ขายไปบ้างก็เป็นระยะสั้น แต่ระยะยาวยังอยู่"
ขณะนี้สัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดพันธบัตรไทยอยู่ที่ 17% ลดลงเล็กน้อยจากช่วงสูงสุดที่ 19% ในช่วงกลางปี โดยลดลงในส่วนของพันธบัตร ระยะสั้นเป็นส่วนใหญ่
นางสาวจุฬารัตน์ กล่าวถึงอัตราดอกเบี้ยในตลาดพันธบัตรของไทยขณะนี้ ถือว่ายังอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ โดยพันธบัตรอายุ 50 ปี อยู่ที่ 4.7% ซึ่งไม่เป็น อุปสรรคต่อการระดมทุนของภาครัฐ และสภาพคล่องของระบบ ก็ยังมีรองรับการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีแผนระดมทุนจากต่างประเทศ หรือดอลลาร์ บอนด์ แต่ต้องรอจังหวะที่เหมาะสม และต้องรอให้กฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เสร็จสิ้นกระบวนการต่างๆก่อน เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้อำนวยการสบน. กล่าวว่า ไทยมีแผนออกพันธบัตรวงเงิน 1.0-1.5 พันล้าน ดอลลาร์ อายุ 5-30 ปี ในปี 57 เพื่อรองรับโครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงการ โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตลาดที่จะมีการออกขายพันธบัตรดังกล่าวคือ สหรัฐอเมริกา รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างระดมทุน เพื่อเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท และ โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านการขนส่ง มูลค่า 2 ล้านล้านบาท เพื่อฟื้นฟูประเทศหลังเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 และ สร้างความสามารถ ในการแข่งขันของไทยในระยะยาว









