ลงทุนเพิ่มใน BMCL คาดหมายผลตอบแทนระยะยาว
ระยะสั้นกำไรลดจากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นใน BMCL
CK จะเข้าใช้สิทธิ์เพิ่มทุนใน BMCL ทั้งในเฉพาะเจาะจง (PP) ซึ่งจะเป็นการแปลงหนี้เป็นทุนจำนวนเงิน 4.2 พันล้านบาท และใช้สิทธิ์ตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม (RO) อีก 332 ล้านบาท ผลของการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน BMCL เป็น 31.8% จาก 16.6% (ยังไม่รวมหุ้นที่เหลือจากการไม่ใช้สิทธิ์ของผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ) การซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน BMCL จะมีผลกระทบต่องบการเงินของ CK 1) รายได้ดอกเบี้ยรับลดลง 350 ล้านบาทต่อปี และ 2) มีผลขาดทุนจาก BMCL เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 250 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ดี CK เชื่อมั่นว่า แนวโน้มผลประกอบการของ BMCL จะดีขึ้นจากการขยายเส้นทางเดินรถของสีม่วงและสีน้ำเงินในปี 2559 ซึ่งเป็นโอกาสที่ CK สามารถสร้างกำไรจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นใน BMCL จากระดับราคาหุ้นในตลาดที่สูงขึ้น (รายละเอียดการเพิ่มทุนอยู่หน้าที่ 2)
มีงานรอเซ็นสัญญาจากโรงไฟฟ้าและเขื่อนน้ำบาก
CK มีงานในมือปัจจุบัน 1.27 แสนล้านบาท โครงการไซยะบุรียังคงเป็นแหล่งรายได้หลักคิดสัดส่วนเป็น 44% รองลงมา คือ รถไฟฟ้าสายสีม่วง สีน้ำเงิน และ สีเขียว มูลค่างานทีเซ็นสัญญาจากต้นปี-ปัจจุบันอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญา 4 งานทางด่วนศรีรัช สำหรับในปี 2557 คาดว่า CK บริษัทมีโอกาสเซ็นสัญญาจาก (1) งานโรงไฟฟ้าบางปะอินเฟส 2 มูลค่า 4.7 พันล้านบาท และ (2) งานเขื่อนน้ำบาก มูลค่า 1.7 พันล้านบาท สำหรับงานที่คาดเห็นความคืบหน้าและการเข้าประมูลงานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มมูลค่าก่อสร้าง 2.6 หมื่นล้านบาท งานสนามบินสุวรรณภูมิ 6.2 หมื่นล้านบาท และ งานมอเตอร์เวย์บางใหญ่-บางปะอิน-กาญจนบุรี มูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 56
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิของปี 2556 ลง 6% เป็น 7.7 พันล้านบาท ผลจาก (1) รับผลกระทบจากการเข้าถือหุ้นใน BMCL ซึ่งทำให้มีรายได้จากเงินปันผลและขาดทุนจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นราว 450 ล้านบาทต่อปี (2) ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ยังคงระดับ 1.4 พันล้านบาทสูงกว่าที่เราคาด1.1พันล้านบาท ในขณะที่การรับรู้รายได้จะทำได้ดีจากงานไซยะบุรีที่ค่อนข้างมีความคืบหน้ารวมถึงงานรถไฟฟ้าที่ทำได้เร็วกว่ำทำให้ประมาณการรายได้ทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 3.1 หมื่นล้านบาท
โอกาสรับงานจากภาครัฐยังเป็นปัจจัยบวก
เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ต่อแนวโน้มการรับงานที่เพิ่มขึ้นแม้ว่าผลปะกอบการใน 2H56 อาจไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับ 1H56 โดยคาดจะมีบันทึกกำไรจากการนำ CKP เข้าตลาดใน 3Q56 ราว 400 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการมีงานในมือระดับ สูงที่ 1.3 แสนล้านบาท ช่วยรักษาระดับรายได้ในปี 57 ที่ราว 3.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า จะเห็นความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าและงานก่อสร้างของภาครัฐอื่นๆเพิ่ม ซึ่งจะสนับสนุนงานในมือเพิ่มเพื่อเป็นรายได้ในอนาคต หลังปรับประมาณการเราใช้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 29.50 บาท (อ้างอิง PBV 3 เท่า) คงคำแนะนำ “ซื้อ”






