วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กนง.พร้อมรับมือสหรัฐเบี้ยวหนี้

กนง.หวั่นแผนเพิ่มเพดานหนี้เหลว ทำสหรัฐฯเบี้ยวหนี้ กระทบระบบการเงินโลก ตลาดเงินตึงตัว ต้นทุนกู้พุ่ง

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กนง.วันนี้ (16 ต.ค.) นอกจากจะมีการหารือเรื่องการปรับดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่รัฐบาลสหรัฐไม่สามารถเจรจาขยายเพดานหนี้เพิ่มได้ จนนำไปสู่ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้

สำหรับการหารือนั้น คณะกรรมการมองว่า ที่สุดแล้วรัฐบาลสหรัฐน่าจะหาทางเจรจาได้ เพราะถ้าปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นจนนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ กรณีนี้จะนำไปสู่ปัญหาความไม่มีเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกเป็นอย่างมาก

ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ประเมินยาก เพราะแม้แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง ทางสหรัฐฯ ก็ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน เนื่องจากมันมีแรงขับเคลื่อน(ไดนามิก)จากตลาดเงินไปสู่ภาคเศรษฐกิจแท้จริง และผลกระทบที่มีต่อตลาดการเงินก็ค่อนข้างซับซ้อนเชื่อมโยงกันหมด

"พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นเครื่องมือการเงินที่สำคัญในหลายๆ ภาคส่วน เช่น ในตลาดรีโป(ตลาดซื้อคืนพันธบัตร) ที่มีการซื้อขายกู้ยืมเงินระหว่างสถาบันการเงินในตลาด ซึ่งมีประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากเครื่องมือเหล่านี้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ก็ย่อมส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินในตลาด ทำให้เกิดภาวะเงินตึงตัวได้ และอาจส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินที่สูงขึ้น กระทบต่อภาคเศรษฐกิจแท้จริงต่อไป ทั้งหมดนี้เป็นการคาดเดา แต่ผลกระทบจริงจะเป็นอย่างไรบ้าง ต้องขึ้นกับปฎิกริยาของตลาดด้วย"นายไพบูลย์กล่าว

สำหรับการเตรียมความพร้อมนั้น กนง.ให้ความสำคัญ เพื่อรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยืดหยุ่นของการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ความพร้อมของเครื่องมือในการดูแลสภาพคล่องตลาดการเงิน การติดตามดูแลความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งทั้งหมดนี้ กนง. ได้หารือ และมีความมั่นใจว่าจะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้