วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บีโอไอเผย'เอฟดีไอ'9เดือนลด19%

บีโอไอเผย"เอฟดีไอ" 9 เดือนลดลง19% จากปีก่อน เหตุเกิดการชะลอตัวจากบางประเทศ-เศรษฐกิจโลกถดถอย

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่าช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.) มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 1,431 โครงการ เงินลงทุน 737,800 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการลดลง 6.3% จากช่วงเดียวกันปี 2555 ที่มี 1,528 โครงการขณะที่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงเดียวกันของปี 2555 ที่มีมูลค่าเงินลงทุน 732,000 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนสูงสุด ได้แก่ กลุ่มบริการและสาธารณูปโภค 382 โครงการ เงินลงทุน 329,100 ล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 320 โครงการ เงินลงทุน 200,500 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร 276 โครงการเงินลงทุน 93,600 ล้านบาท กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า 227 โครงการ เงินลงทุน 46,000 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มเคมี กระดาษ และพลาสติก 133 โครงการ เงินลงทุน 34,100 ล้านบาท กลุ่มเหมืองแร่ เซรามิกส์ และโลหะขั้นมูลฐาน 35 โครงการ เงินลงทุน 21,800 ล้านบาทเป็นต้น

"ขอรับส่งเสริมช่วง3 ไตรมาสกว่า 700,000 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่ายอดขอรับส่งเสริมหลายปีที่ผ่านมา มั่นใจว่ายอดขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งปีจะเป็นไปตามเป้า 1 ล้านล้านบาท"

ส่วนสถิติการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในช่วง 9 เดือนพบว่ามียื่นขอรับส่งเสริม 853 โครงการ เงินลงทุนรวม 350,672 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนลดลงเท่ากัน19% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นักลงทุนจากญี่ปุ่นยังคงเป็นกลุ่มทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุด ทั้งนี้ช่วง 9 เดือนปีนี้ มีโครงการลงทุนจากญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริม 448 โครงการ เงินลงทุน 211,350 ล้านบาท แต่โครงการและมูลค่าเงินลงทุนได้ลดลงเท่ากัน 23 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนการลงทุนจากสหรัฐ มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริม 44 โครงการ เงินลงทุน 8,193 ล้านบาท โครงการปรับเพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม้ว่าการลงทุนจากบางประเทศจะชะลอตัวลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย แต่มีโครงการลงทุนจากประเทศอื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น อาทิ มาเลเซีย 24 โครงการ เงินลงทุน 18,316 ล้านบาท การลงทุนจากจีน 31 โครงการเงินลงทุน 37,705 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการ และมูลค่าเงินลงทุน

"ช่วง 3 ไตรมาสนี้ มีหลายโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมแล้ว อาทิ โครงการผลิตรถยนต์ เครื่องยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ของฮอนด้า ออโตโมบิล เงินลงทุน 33,248 ล้านบาท โครงการผลิตเครื่องยนต์ดีเซล และชิ้นส่วนยานยนต์ ของสยามโตโยต้า เงินลงทุน 17,900 ล้านบาท ยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่งยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามา อาทิ การผลิตยางรถยนต์และยางรถบรรทุก เครื่องยนต์ดีเซล ชิ้นส่วนยานยนต์ และโลจิสติกส์ พาร์ค"นายอุดม กล่าว