วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดเบี้ยอุตฯประกันปี57กว่า5แสนล.

บิ๊กประกันฟันธงภาพรวมอุตสาหกรรมปี 2557 เบี้ยรับรวม 5.25 แสนล้านบาทโตกว่า 15% ผลพวงดอกเบี้ยนโยบายทรงตัว

นายอภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตภาพรวมปี 2557 มองว่าทิศทางการเติบโตอาจชะลอตัวลง ตามการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกันกำลังซื้อของประชาชนอาจลดลง เพราะที่ผ่านมาประชาชนมีภาระหนี้อยู่มากพอสมควรจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นโครงการบ้านหลังแรก รถคันแรกทำให้กำลังซื้อที่จะมาถึงประกันชีวิตจึงอาจน้อยลงบ้าง อีกทั้งปัญหาน้ำท่วมที่เริ่มกระจายวงกว้าง ตอนนี้อาจกระทบกำลังซื้อในปีหน้าเช่นกัน เพราะประชาชนอาจต้องนำเงินไปซ่อมแซมบ้าน

ขณะที่ปัญหาการเติบโตของตัวแทนใหม่ในช่วงปีนี้ ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2555 ทำให้ธุรกิจประกันชีวิตต้องวางแผน ปรับตัวตามภาวะที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาซึ่งไทยประกันชีวิตถือเป็นบริษัทใหญ่ การเติบโตจึงจะเป็นหนึ่งในตัวสะท้อนสำคัญในการเติบโตของตลาดโดยรวม

"ตลาดโดยรวมปี 2557คาดว่าเบี้ยรับรวมจะอยู่ที่ 5.25 แสนล้านบาท ขยายตัวประมาณ 15%เติบโตในอัตราลดลงเมื่อเทียบกับปีนี้ ที่คาดว่าจะโต 17% จากปี 2555 มีมูลค่าเบี้ยรับรวมที่ 4.5 แสนล้านบาท แต่ถือว่าไม่น่าห่วงเพราะยังเห็นว่ายังมีปัจจัยบวกอยู่" นายอภิรักษ์กล่าว

ทั้งนี้ นโยบายปรับเพิ่มรายได้ประชาชนยกระดับฐานรายได้ขึ้นมา หรือแม้แต่ผลดีของ มาตรการรถคันแรกจะทำให้ประชาชนต้องการซื้อประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองภาระสินเชื่อ ในขณะที่ข้าราชการและเกษตรกรก็มีรายได้ดีขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำทำให้สินค้าด้านประกันชีวิตประเภทออมทรัพย์ เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ให้ประชาชนหันมาซื้อ เพราะผลตอบแทนดี

สำหรับ ผลการดำเนินงานไทยประกันชีวิต ปีนี้คาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงกับตลาด มีเบี้ยรับรวมเติบโต 17% หรือ อยู่ที่ 54,600 ล้านบาท ส่วนปี 2557 บริษัทคาดว่าจะมีเบี้ยรับรวมเติบโต 16% ขณะที่ตลาดเติบโต 15%

ส่วนกรณีกลุ่มเมจิ ยาสึดะ จากประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาร่วมถือหุ้นในบริษัทนั้น เชื่อว่าจะช่วยให้บริษัทมีเครือข่ายในการเข้าถึงธุรกิจประเภทอื่นๆ ได้ในอนาคตเช่น ประกันชีวิตกลุ่ม โดยเฉพาะจากบริษัทญี่ปุ่นที่มาทำธุรกิจในไทย น่าจะช่วยให้บริษัทได้ฐานลูกค้าใหม่ๆ เพราะกลุ่มเมจิ ยาสึดะก็เป็นธุรกิจประกันชีวิตรายใหญ่ในญี่ปุ่นที่มีความสัมพันธ์กับธุรกิจญี่ปุ่นด้วยกันอยู่แล้ว

นอกจากนี้ บริษัทยังคาดหวังความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการพัฒนาธุรกิจและสินค้า เช่น แบบประกันชีวิตบำนาญที่กลุ่มธุรกิจประกันชีวิตจากญี่ปุ่นเชี่ยวชาญ ซึ่งบริษัทยังมีอำนาจกำหนดนโยบายต่างๆ ของบริษัทเหมือนเดิม เพราะไทยประกันชีวิตยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

นายอภิรักษ์ระบุว่าเพื่อให้บริการมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น บริษัทจึงได้เตรียมเปิดไอ-เซอร์วิส บริการออนไลน์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทั้งเรื่องการขอใบยืนยันชำระเบี้ยประกัน สำหรับยืนกรมสรรพากรเพื่อขอลดหย่อนภาษี การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ของลูกค้า รวมถึงการตรวจสอบยอดต่างๆ

นอกจากนี้ยังเปิดบริการ 24/7 ให้ลูกค้าสะดวกที่ต้องการออกจากโรงพยาบาลหลังรับการรักษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ทุกวัน ไม่ต้องรอวันเปิดทำการของบริษัทประกันชีวิตเหมือนบริษัทประกันทั่วไป